ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีส่วนช่วยในการสร้างงานมากกว่า 80% ของแรงงานทั้งหมดในประเทศ และมีสัดส่วนประมาณ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แม้ว่าจะมีบทบาทสำคัญ แต่ SME มักประสบปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาคธนาคาร ดังนั้น ธนาคารในประเทศไทยจึงมีบริการและโครงการต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงเงินทุนและการสนับสนุนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
การเข้าถึงการเงินสำหรับ SME ในประเทศไทย
ธนาคารในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของ SME ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นธนาคารต่างๆ จึงได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของ SME ผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมถึงสินเชื่อหมุนเวียน สินเชื่อเพื่อการลงทุน และสินเชื่อหมุนเวียนที่ช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงเงินทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ
หนึ่งในนวัตกรรมที่ธนาคารในประเทศไทยทำคือโปรแกรมสินเชื่อไมโคร ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วย SME ขนาดเล็ก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือในภาคส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารแบบดั้งเดิมได้ นอกจากนี้ สถาบันการเงินไมโคร (MFI) ยังมีส่วนร่วมในการให้สินเชื่อที่มีข้อกำหนดยืดหยุ่นมากขึ้น
การสนับสนุนจากรัฐบาลในการเข้าถึงการเงิน
รัฐบาลไทยก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน SME ผ่านนโยบายที่ช่วยให้การเข้าถึงการเงินสะดวกยิ่งขึ้น หนึ่งในโปรแกรมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ “Government Savings Bank” (GSB) ที่ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SME นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีการให้เงินอุดหนุนดอกเบี้ยเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินสำหรับ SME ที่ต้องการเงินทุน
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีนโยบายการให้สินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน SME ที่ไม่มีทรัพย์สินถาวรเพียงพอมักประสบปัญหาในการขอสินเชื่อ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ทำงานร่วมกับธนาคารต่างๆ เพื่อให้มีบริการสินเชื่อที่มีความยืดหยุ่นในการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น หลักทรัพย์ที่เคลื่อนไหวหรือใบเรียกเก็บเงิน
บทสรุป
บริการธนาคารในประเทศไทยได้พัฒนาอย่างดีเพื่อรองรับความต้องการของ SME การสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งในรูปแบบของนโยบายและโปรแกรมเงินอุดหนุนดอกเบี้ยช่วยลดอุปสรรคที่ SME เผชิญในการเข้าถึงการเงิน ด้วยระบบนี้ SME ในประเทศไทยหวังว่าจะสามารถเติบโตและมีส่วนร่วมในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้