ขยายหลักสูตร Service Design School สู่ภาคธุรกิจในต่างประเทศ — สนับสนุนโครงการบริการหลังการขายของ Mitsubishi Motors (Thailand)
FOURDIGIT ได้ต่อยอดโครงการ “Service Design School” ที่ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา สู่การเป็นหลักสูตรเชิงปฏิบัติการสำหรับองค์กรธุรกิจและการทำงานจริง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 เราได้จัดการฝึกอบรม (บรรยาย) เรื่องการคิดเชิงบริการออกแบบ (Service Design Thinking) ให้แก่ทีมงานโครงการของ Mitsubishi Motors (Thailand) Co., Ltd. (ต่อไปนี้จะเรียกว่า MMTh) ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของ FOURDIGIT ในการจัดฝึกอบรมด้าน Service Design ให้กับองค์กรธุรกิจในต่างประเทศ ที่มาและความเป็นมา การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บุคลากรดิจิทัลที่สามารถผสานมุมมองด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์บริการทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน โอกาสในการเรียนรู้ Service Design ในเชิงปฏิบัติการตั้งแต่ระดับการศึกษายังคงมีอยู่อย่างจำกัด เพื่อนำองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงกลับมาพัฒนาบุคลากร FOURDIGIT จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี 2024 และในเดือนกันยายน 2026 การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำให้จำนวนสถาบันพันธมิตรเพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง…
FoodTech ไทยปี 2026: SPACE-F รุ่น 7 เร่งนวัตกรรม AI โปรตีนอนาคต และเทคโนโลยีผลิตอาหารอัจฉริยะ
อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกอาหารสำคัญของโลก แต่การแข่งขันในปี 2026 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าและต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ธุรกิจสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีอาหาร หรือ FoodTech Startup จึงมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโปรตีนรูปแบบใหม่ การใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการจัดการของเสียและการยืดอายุอาหาร แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าอนาคตของอาหารไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการผลิตเมนูใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนวิธีคิดและโครงสร้างการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน SPACE-F Batch 7 กับการสร้างระบบนิเวศ FoodTech หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ในงาน SPACE-F Batch 7 Accelerator Demo Day ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ Thai Union มหาวิทยาลัยมหิดล ThaiBev Nestlé Thailand และพันธมิตรด้านการลงทุน โครงการ Accelerator รุ่นนี้มีสตาร์ตอัปเข้าร่วม 9 ทีมจาก 6 ประเทศ โดยมุ่งเน้นการทดสอบเทคโนโลยีร่วมกับภาคอุตสาหกรรมผ่านกระบวนการ Proof of Concept…
VRITIMES ร่วมเป็น Media Partner พร้อมออกบูทในงาน Telecoms World Asia 2026 ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มประชาสัมพันธ์ธุรกิจในยุค AI
VRITIMES สนับสนุนการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ การค้นพบบน Google และการเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ด้วยบริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์ กรุงเทพฯ, 30 ตุลาคม 2569 – VRITIMES แพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์ (Press Release Distribution Platform) เข้าร่วมงาน Telecoms World Asia 2026 ในฐานะ Official Media Partner พร้อมออกบูทหมายเลข D13 ระหว่างวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจากทั่วภูมิภาคเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี การพัฒนาเครือข่าย และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของ VRITIMES ในการสนับสนุนการสื่อสารองค์กรผ่าน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ Brand Awareness, SEO และ AIO โดยแพลตฟอร์มช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)…
Sowing Knowledge, Harvesting Community: How two Thai educators are transforming agriculture from classroom to countryside
Dr. Prasong Tanpichai and Dr. Weerapon Thongma are two distinguished Thai scholars, alumni of the University of the Philippines Los Baños (UPLB), and recipients of the Outstanding SEARCA Scholarship Alumni (OSSA) Award from the Southeast Asian Regional Center for Graduate Study and Research in Agriculture. Dr. Prasong, awarded for Teaching, earned his PhD in Agricultural…
YAZA Property เปิดตัวแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ขับเคลื่อนด้วย AI มุ่งยกระดับการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – 28 ตุลาคม 2569 – บริษัท ยาซา แคปปิตอล จำกัด (YAZA Capital Co., Ltd.) บริษัทเทคโนโลยีที่จดทะเบียนในประเทศไทย แนะนำ YAZA Property แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการค้นหาอสังหาริมทรัพย์และเชื่อมต่อผู้ซื้อ นักลงทุน และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จากหลากหลายประเทศ แพลตฟอร์มรองรับ 9 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เมียนมา จีน ไทย ฮินดี ญี่ปุ่น รัสเซีย อาหรับ และฮีบรู โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคด้านภาษาและช่วยให้ผู้ใช้งานต่างชาติสามารถเข้าถึงข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น YAZA Property นำเสนอแนวคิด “No Pay-to-Rank” ที่ไม่เปิดขายอันดับประกาศ โดยให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องของอสังหาริมทรัพย์และความสนใจของผู้ซื้อ แทนการจัดอันดับตามงบประมาณโฆษณา ด้วยการผสานเทคโนโลยี AI ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ และเครื่องมือจัดการประกาศสำหรับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ YAZA Property มุ่งสร้างระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์ที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี…
BOI เปิดประตูสองบานให้ SME ไทย พลิกโฉมจากผู้รับจ้างผลิตสู่ซัพพลายเออร์ ‘Made in Thailand’
เมื่อการลงทุนต่างชาติไม่ได้แปลว่าคนไทยต้องเป็นแค่ ‘ผู้เฝ้าโรงงาน’ คลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงปี 2025–2026 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเม็ดเงินมหาศาลในรายงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น ‘บันได’ ที่ทอดยาวจากโรงงานของบริษัทข้ามชาติลงมาสู่ประตูหน้าของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนผ่านตัวเลขการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 1.71 ล้านล้านบาท หรือราว 50,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าคำขอรวม 189,370 ล้านบาท จาก 262 โครงการ เติบโต 7% เมื่อเทียบปีก่อน สองกลไกภาษีที่เปลี่ยน ‘ต้นทุน’ ให้เป็น ‘โอกาส’ หัวใจของโอกาสครั้งนี้อยู่ที่การออกแบบมาตรการของ BOI ที่ผูกสิทธิประโยชน์เข้ากับการใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศตามเกณฑ์การรับรอง Made in Thailand (MiT) จะได้รับส่วนลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 2 ปีในอัตรา 50% เหนือสิทธิประโยชน์ปกติ ตัวอย่างเกณฑ์ขั้นต่ำ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ต้องใช้วัสดุในประเทศไม่น้อยกว่า 40% ตามมูลค่า…
ก.ล.ต. เข้ม DR รับปี 2569: จากข้อกังวลคุณภาพหลักทรัพย์อ้างอิง สู่การยกระดับโครงสร้างตลาดทุนไทย
การลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนไทยในปี 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศหรือซื้อกองทุนรวมต่างประเทศอีกต่อไป เพราะ Depositary Receipt หรือ DR กลายเป็นเครื่องมือที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความสำคัญมากขึ้นในฐานะช่องทางกระจายการลงทุนไปยังหุ้นและสินทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศ โดยนักลงทุนซื้อขาย DR บนตลาดไทยด้วยเงินบาท ไม่ต้องแลกเงินและโอนเงินออกไปต่างประเทศทุกครั้งที่ซื้อขาย จึงลดความยุ่งยากด้านเอกสารและขั้นตอนปฏิบัติสำหรับรายย่อยที่ต้องการเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นเวียดนาม หรือดัชนีต่างประเทศบางตัว จุดที่น่าสนใจคือ DR ไม่ใช่หุ้นต่างประเทศโดยตรง แต่เป็นใบแสดงสิทธิที่ออกโดยผู้ออก DR ในไทยและอ้างอิงราคากับหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น หุ้นรายตัว ดัชนี หรือกองทุน ETF เมื่อนักลงทุนซื้อ DR จึงต้องดูทั้งราคาหลักทรัพย์อ้างอิง ค่าเงินบาทเทียบสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง และส่วนต่างราคา DR กับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ควรเป็น ประเด็นนี้ทำให้ DR เหมาะกับนักลงทุนที่เข้าใจกลไกตลาดและพร้อมติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อแล้วปล่อยทิ้งโดยไม่ตรวจสอบ ในทางปฏิบัติ นักลงทุนไทยสามารถใช้ DR เพื่อกระจายพอร์ตที่เดิมหนักไปในหุ้นไทยหรือเงินฝาก ซึ่งมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศสูง การเพิ่ม DR ที่อ้างอิงตลาดต่างประเทศจึงช่วยเปิดรับการเติบโตของ sector ระดับโลก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ชิป เทคโนโลยีการแพทย์ หรือตลาดเกิดใหม่บางแห่ง…
GASA ผนึก Gogolook และ Meta จัด Global Anti-Scam Summit Asia ในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ดึงผู้นำภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมทั่วภูมิภาค หารือแนวทางสกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ คุ้มครองผู้เสียหาย และรับมือภัยจาก AI กรุงเทพฯ 26 ตุลาคม 2569 – Global Anti-Scam Alliance (GASA) จับมือ Gogolook ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall และ Meta ประกาศจัดงาน Global Anti-Scam Summit Asia ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 10–11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เปิดเวทีให้หน่วยงานรัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทเทคโนโลยี นักวิจัย และภาคประชาสังคม ร่วมกันหาแนวทางการรับมือเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เชื่อมโยงข้ามประเทศและทวีความซับซ้อนขึ้นทั่วภูมิภาค งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย GASA ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และได้รับการสนับสนุนจาก Gogolook, Meta, Google, Trend Micro,…
เมื่อ “อายุ 70” กลายเป็นกำแพง: ปรากฏการณ์ธนาคารไทยปิดประตูดิจิทัลใส่ผู้สูงวัย
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อจำนวนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปพุ่งแตะ 14.53 ล้านคน หรือคิดเป็น 22.46% ของประชากรทั้งหมด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติบนกระดาษ แต่สะท้อนความจริงที่ว่าลูกค้าธนาคารกว่าหนึ่งในห้าคือผู้สูงวัย ซึ่งหมายความว่าภาคการเงินไม่สามารถมองข้ามกลุ่มนี้ได้อีกต่อไป ท่ามกลางกระแส Digital Banking ที่ทุกธนาคารเร่งผลักดันลูกค้าสู่แอปพลิเคชัน กลับปรากฏกรณีที่สร้างคำถามใหญ่ต่อแนวปฏิบัติของสถาบันการเงิน เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนในเดือนเมษายน 2569 ว่า มีธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้มีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์สมัครใช้บริการ Mobile Banking ทั้งที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพียงกระบวนการควบคุมที่รัดกุมและปลอดภัย โดยไม่ได้กำหนดเพดานอายุในลักษณะดังกล่าว กสม. วินิจฉัยว่าข้อกำหนดนี้เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอายุและละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะเป็นการเหมารวมโดยไม่พิจารณาความสามารถรายบุคคล ข้อเท็จจริงเบื้องหลังคือธนาคารดังกล่าวเคยพบเหตุมิจฉาชีพนำข้อมูลผู้สูงอายุไปใช้ลงทะเบียนแอปพลิเคชันจนเกิดความเสียหายเมื่อปี 2561 จึงออกมาตรการจำกัดอายุตั้งแต่ปี 2562 และไม่เคยมีข้อยกเว้นให้ผู้สูงอายุสมัครใช้บริการได้เลย ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดที่ภาคธนาคารต้องเผชิญว่าจะปกป้องผู้สูงวัยจากภัยไซเบอร์โดยไม่ตัดสิทธิพวกเขาออกจากบริการพื้นฐานได้อย่างไร กสม. แนะนำให้ธนาคารยกเลิกเพดานอายุ และร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและกรมกิจการผู้สูงอายุ พัฒนา User Interface ของแอปพลิเคชันให้มีรูปแบบเฉพาะที่รองรับความต้องการของผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดันผ่านยุทธศาสตร์ Digital and AI Transformation for Inclusive…
ผลการศึกษาพบ การเสียชีวิตบนท้องถนนส่วนเกินที่สัมพันธ์กับความร้อนในไทยส่วนใหญ่เกิดในวันที่อากาศร้อนทั่วไป
กรุงเทพฯ — ผลวิจัยเบื้องต้นจากการเสียชีวิตบนท้องถนน 283,847 รายใน 77 จังหวัดของไทย ระหว่างปี 2011–2025 พบว่า 72% ของการเสียชีวิตส่วนเกินที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิเกิดในวันที่อากาศร้อนทั่วไป ขณะที่ 14.8% เกิดในวันที่ร้อนที่สุดเหนือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 จึงควรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนตลอดช่วงอากาศร้อน ควบคู่กับการเตือนภัยในวันที่ร้อนจัด การวิเคราะห์ประมาณการการเสียชีวิตส่วนเกินที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิสูงขึ้น 4,509 ราย หรือ 1.59% ของการเสียชีวิตบนท้องถนนตลอดช่วงศึกษา ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึงประมาณเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ของอุณหภูมิแต่ละจังหวัด จากนั้นทรงตัว ในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ การเสียชีวิตสูงขึ้นประมาณ 19% ในวันที่ร้อนที่สุด เมื่อเทียบกับช่วงอุณหภูมิที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด รูปแบบโดยรวมยังคงอยู่เมื่อตัดช่วงสงกรานต์ออกจากการวิเคราะห์ ข้อมูลไม่มีตัวแปรอาชีพ จึงยังระบุความเสี่ยงเฉพาะของไรเดอร์ส่งสินค้าไม่ได้ นพ. Fábio Luiz Vieira ซึ่งเข้าร่วม Global Heat Forum ที่กรุงเทพฯ ยังได้รับรางวัล Outstanding Oral Presentation จาก ICCPHS 2026 จัดโดยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่…
