Pet Fair South East Asia 2026 ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับภูมิภาค

Pet Fair South East Asia 2026 ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับภูมิภาค

งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงแบบ B2B เต็มรูปแบบแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมต้อนรับผู้แสดงสินค้า 450 รายจาก 40 ประเทศ และผู้ซื้อจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ ณ BITEC กรุงเทพฯ วันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 กรุงเทพฯ ประเทศไทย — Pet Fair South East Asia 2026 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับภูมิภาคและเป็นงาน B2B เต็มรูปแบบแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมจัดงานครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจและการค้าสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติ  งาน Pet Fair South East Asia 2026 จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง VNU Exhibitions Asia…

Read More
การปฏิวัติเงียบ: SET50 Futures เปลี่ยนโฉมการลงทุนรายย่อยในประเทศไทยอย่างไร

การปฏิวัติเงียบ: SET50 Futures เปลี่ยนโฉมการลงทุนรายย่อยในประเทศไทยอย่างไร

ตลาดทุนไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยตราสารอนุพันธ์ไม่ได้เป็นสนามเด็กเล่นของสถาบันการเงินรายใหญ่เพียงอีกต่อไป ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่อ้างอิงดัชนีหุ้นอย่าง SET50 Futures ได้กลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนบทใหม่ของภูมิทัศน์การลงทุนในสยามประเทศ ที่นักลงทุนรายย่อยฉลาดขึ้นในการใช้ความผันผวนของตลาดเพื่อทำกำไรระยะสั้นและป้องกันความเสี่ยง (Hedging) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนักลงทุนอนุพันธ์ ข้อมูลล่าสุดจาก Thailand Futures Exchange (TFEX) ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายบุคคล หากเมื่อหนึ่งทศวรรษที่แล้วตลาดนี้ถูกครอบงำโดยโบรกเกอร์ต่างชาติและกองทุนบำเหน็จบำนาญ ปัจจุบันสัดส่วนการซื้อขายรายวันจากนักลงทุนรายย่อยในประเทศพุ่งแตะระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ที่ง่ายดาย ค่าคอมมิชชันที่ลดลง และการให้ความรู้ตลาดเชิงรุกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตามรายงานตลาดของ TFEX ในไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของสัญญา SET50 Futures เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) การเพิ่มขึ้นนี้ไม่เพียงสะท้อนสภาพคล่องที่ลึกขึ้น แต่ยังบ่งบอกถึงความมั่นใจที่มากขึ้นของผู้ค้าในประเทศ พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามแนวโน้มอีกต่อไป หากแต่กระตือรือร้นในการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของดัชนี กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ บริบทจริงที่ทำให้ตราสารนี้ยิ่งมีความเกี่ยวข้องคือพลวัตทางเศรษฐกิจไทยหลังยุคโรคระบาด แม้ว่าภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวแสดงความยืดหยุ่น แต่แรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและราคาพลังงานโลกสร้างคลื่นความไม่แน่นอน ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนรายใหญ่ใช้ SET50 Futures ไม่เพียงเพื่อเก็งกำไร แต่เป็นโล่ป้องกันพอร์ตหุ้นจริงของตน เมื่อตลาดสปอตเกิดการปรับฐานทางเทคนิครุนแรง สถานะขาย (Short) ในตลาดฟิวเจอร์สสามารถชดเชยขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้อนุพันธ์กลายเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ขาดไม่ได้ในปี 2026 ผลกระทบต่อสภาพคล่องและความผันผวน น่าสนใจว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณในตลาดอนุพันธ์ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นอ้างอิง สภาพคล่องที่มากขึ้นในตลาดฟิวเจอร์สมักดึงดูดนักทำกำไรจากส่วนต่าง (Arbitrageur) ให้ปรับราคาระหว่างตลาดสปอตและฟิวเจอร์สให้สอดคล้องกัน…

Read More
LA TRỊNH atelier นำ “Gods Within Her” สู่มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม

LA TRỊNH atelier นำ “Gods Within Her” สู่มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม

ก่อนเข้าสู่ช่วง Milan Fashion Week LA TRỊNH atelier เตรียมนำเสนอคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สานต่อแนวทางการนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรม ความเป็นหญิง และงานหัตถศิลป์เวียดนามสู่ชุมชนสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 LA TRỊNH atelier พัฒนาแนวทางสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงแนวคิดด้านการออกแบบจากมิลานเข้ากับศักยภาพด้านงานฝีมือและการผลิตที่ประณีตของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์เวียดนามและสามารถสื่อสารผ่านภาษาการออกแบบในระดับสากล สำหรับ LA TRỊNH atelier แฟชั่นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตน แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คุณค่าดั้งเดิมของเวียดนามได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยและส่งต่อสู่ผู้ชมทั่วโลก แบรนด์ให้ความสำคัญกับงานออกแบบที่มีคุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์ในระยะยาวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมให้ความสำคัญกับโครงสร้างเสื้อผ้า ความประณีตในการตัดเย็บ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างผลงานกับผู้สวมใส่ จากมิลาน สู่เส้นทางสร้างสรรค์ที่มีเวียดนามเป็นรากฐาน เบื้องหลังทิศทางสร้างสรรค์ของ LA TRỊNH atelier คือ Namie Trịnh ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) และทำงานเป็นนักออกแบบแฟชั่นและสไตลิสต์ในมิลาน Namie Trịnh พัฒนาภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์จากแนวทางเซอร์เรียลลิสม์…

Read More
LA TRỊNH ATELIER นำเสนอ “GODS WITHIN HER” บนรันเวย์มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม

LA TRỊNH ATELIER นำเสนอ “GODS WITHIN HER” บนรันเวย์มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม

เป็นครั้งแรกที่ LA TRỊNH atelier แบรนด์แฟชั่นจากเวียดนามประกาศจัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยคอลเลกชันประกอบด้วยผลงาน 30 ลุค ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ ความเป็นหญิงและพลังของผู้หญิงร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมเข้ากับวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แรงบันดาลใจและทิศทางด้านศิลปะ “Gods Within Her” คือบทหนึ่งของเรื่องราวการตื่นขึ้นของตัวตนแห่งเทพธิดา ผู้ก้าวเดินอย่างสง่างามผ่านวิหารโบราณและภูเขาในตำนานอันลึกลับที่ทอดยาวจากตะวันออกสู่ตะวันตก การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านเรื่องราวและชั้นของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การผสานกันของสัญลักษณ์จากโลกตะวันออกและตะวันตกจะได้รับการถ่ายทอดผ่านภาษาของแฟชั่นบนรันเวย์ใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นสำคัญของยุโรป “Gods Within Her” ยังสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตำนานร่วมสมัยกับคุณค่าที่ยั่งยืนของธรรมชาติและมนุษย์ ผ่านแนวคิดการกลับคืนสู่คุณค่าดั้งเดิม การเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสะท้อนถึงความท้าทายที่มนุษย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญ เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง หัวใจสำคัญของคอลเลกชันคือแนวคิดเรื่อง การเชื่อมโยงข้ามวัฒนธรรม ข้ามรุ่น และข้ามพรมแดน โดยมีผู้หญิงและความเป็นหญิงเป็นศูนย์กลาง สารสำคัญของงาน ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงในแวดวงสร้างสรรค์ รวมถึงสัญลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนามและเอเชียสู่เวทีโลกสืบสานและยกระดับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมผ่านภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ LA TRỊNH atelier แบรนด์เวียดนามที่มุ่งสู่แฟชั่นที่ยั่งยืนและเคารพธรรมชาติเฉลิมฉลองพลังของความเป็นหญิงร่วมสมัย ความลึกลับ และความงดงามที่พลิ้วไหวและโรแมนติกสนับสนุน Vietnam Children’s Fund และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ การสนับสนุนจากพันธมิตร…

Read More
ปฏิวัติสภาพคล่อง: Invoice Financing ช่วยผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier-2 ไทยให้รอดพ้นยุคดอกเบี้ยขาขึ้นได้อย่างไร

ปฏิวัติสภาพคล่อง: Invoice Financing ช่วยผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier-2 ไทยให้รอดพ้นยุคดอกเบี้ยขาขึ้นได้อย่างไร

กรุงเทพฯ, 2569 – ภาคการผลิตของไทยซึ่งมีส่วนสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กำลังยืนอยู่บนทางแยก แม้ว่าภาคปลายน้ำ (OEM และผู้ส่งออกรายใหญ่) จะเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้อย่างกว้างขวาง แต่ชะตากรรมที่แตกต่างกันกำลังเกิดขึ้นกับผู้จัดหาวัตถุดิบชั้นที่สอง (Tier-2) และชั้นที่สาม (Tier-3) การพึ่งพาวิธีการชำระเงินแบบเดิมที่มีระยะเวลาเครดิต 60 ถึง 90 วัน ได้สร้างช่องว่างสภาพคล่องที่ลึกลงเรื่อย ๆ นี่คือจุดที่ การจัดหาเงินทุนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Financing: SCF) เข้ามามีบทบาทเป็นทางออกเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เงินกู้ SCF คือระบบนิเวศทางการเงินที่ใช้ประโยชน์จากอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อรายใหญ่ (anchor) เพื่อจัดหาเงินทุนหมุนเวียนที่ถูกกว่าให้กับผู้จัดหาวัตถุดิบของตน กลไกการรับซื้อลูกหนี้การค้าที่พลิกเกม หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยขณะนี้คือ Reverse Factoring หรือ Approved Payables Financing ในรูปแบบนี้ ผู้ผลิตรถยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม Eastern Seaboard จะยืนยันใบแจ้งหนี้ (invoice) จากผู้จัดหาวัตถุดิบของตน เมื่อใบแจ้งหนี้ได้รับการอนุมัติ ผู้จัดหาวัตถุดิบสามารถขายใบแจ้งหนี้นั้นให้กับสถาบันการเงินหรือแพลตฟอร์มฟินเทคโดยมีส่วนลด (discount) ในอัตราที่แข่งขันได้มาก ซึ่งมักจะใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยของ SMEs ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญ? เพราะการเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนที่รวดเร็วช่วยให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติกในอยุธยา หรือโรงงานโลหะ精密ในชลบุรี สามารถซื้อวัตถุดิบนำเข้าได้โดยไม่ต้องรอการชำระเงินจากลูกค้า ซึ่งช่วยขจัดความจำเป็นในการกู้ยืมระยะสั้นดอกเบี้ยสูงหรือเงินกู้นอกระบบที่มักเป็นภาระต่องบการเงินของ SMEs แรงกดดันเศรษฐกิจมหภาคปี…

Read More
ปฏิวัติเงียบ: วิธีที่ Venture Capital และบุคลากรท้องถิ่นผลักดันมูลค่า Startup เกมไทยในปี 2026

ปฏิวัติเงียบ: วิธีที่ Venture Capital และบุคลากรท้องถิ่นผลักดันมูลค่า Startup เกมไทยในปี 2026

กรุงเทพฯ, 2026 – อุตสาหกรรมผู้พัฒนาเกมในไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่อีกต่อไป ประเทศนี้ได้เปลี่ยนผ่านเป็นฐานการผลิตและศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพดิจิทัลที่ได้รับการจับตามองในเวทีอาเซียน การเปลี่ยนแปลงนี้ขับเคลื่อนด้วยแรงประสานระหว่างนโยบายจูงใจจากภาครัฐ ความดุดันของเงินทุนร่วมลงทุน (VC) และรสนิยมผู้เล่นท้องถิ่นที่เติบโตเต็มที่ต่อคอนเทนต์อินเทอร์แอกทีฟ ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ชี้ให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนสตาร์ทอัพเกมที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นไปที่เกมมือถือและเกมไฮเปอร์แคชชวล นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2026 มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 8 ปีสำหรับผู้พัฒนาที่ทำการวิจัยและพัฒนา (R&D) และจ้างงานบุคลากรท้องถิ่น สิ่งนี้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ให้บริการเกมระดับโลกให้เปิดสตูดิโอสาขาในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ บทบาทของเงินทุน VC ระดับภูมิภาค แนวโน้มการระดมทุนในไตรมาสแรกของปี 2026 เผยให้เห็นความสนใจที่เพิ่มขึ้นจาก VC ในภูมิภาค เช่น East Ventures และ Katalyst Ventures ต่อสตูดิโออิสระในไทย พวกเขาไม่ได้เพียงแต่อัดฉีดเงินสด แต่ยังมอบการเข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับโลกอีกด้วย แตกต่างจากยุคก่อนที่ผู้พัฒนาไทยเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตหรือสตูดิโอศิลปะให้บริษัทญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯ ปัจจุบันพวกเขากล้าพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ดั้งเดิมของตัวเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความสำเร็จของเกม RPG ฝีมือคนไทยที่เจาะตลาดเวียดนามและอินโดนีเซียได้สำเร็จ ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน บุคลากรดิจิทัลและหลักสูตรมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์และมหิดลได้บูรณาการหลักสูตรการออกแบบเกมและการจัดการอีสปอร์ตเข้ากับความต้องการของอุตสาหกรรมแล้ว ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสตูดิโอ เช่น Sandbox Global ช่วยให้นักศึกษาฝึกงานกับโปรเจกต์เชิงพาณิชย์จริง…

Read More
TCL เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน ผนึก “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” เร่งส่งท่อถึงบ้านนาแลภายใน 2 วัน ช่วย 36 ครัวเรือนกลับมามีน้ำใช้

TCL เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน ผนึก “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” เร่งส่งท่อถึงบ้านนาแลภายใน 2 วัน ช่วย 36 ครัวเรือนกลับมามีน้ำใช้

บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิคส์ (ไทยแลนด์) จํากัด แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเทคโนโลยีชั้นนําระดับโลก  ขอเดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลือและยืนเคียงข้างชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ เร่งสนับสนุนท่อพีวีซีสำหรับระบบน้ำให้แก่ชาวบ้าน บ้านนาแล อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 36 ครัวเรือน หลังได้รับผลกระทบจนระบบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน โดย TCL เร่งดำเนินการทันทีหลังได้รับการประสาน และสามารถจัดส่งท่อถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 วัน ความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านบ้านนาแลได้ขอความช่วยเหลือไปยัง คุณกัน จอมพลัง เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ท่อเพื่อเชื่อมต่อระบบน้ำกลับเข้าสู่ชุมชน ก่อนที่ทางมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ จะประสานความต้องการดังกล่าวมายัง TCL ซึ่งเมื่อได้รับทราบถึงสถานการณ์และความเดือดร้อนของชาวบ้าน TCL ได้เร่งจัดเตรียมท่อพีวีซีและดำเนินการด้านการขนส่งทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ท่อพีวีซีได้ถูกส่งถึงบ้านนาแลและนำไปใช้เชื่อมต่อระบบน้ำให้กับชุมชน ช่วยให้ทั้ง 36 ครัวเรือนสามารถกลับมามีน้ำใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันอีกครั้ง สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน มูลนิธิ และคนในพื้นที่ ที่สามารถเปลี่ยนความต้องการเร่งด่วนให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงได้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับ TCL ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน และการนำศักยภาพขององค์กรเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงเวลาที่จำเป็น เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ ทุกช่วงเวลามีความหมาย…

Read More
BCT Expo 2026 Puts Net Zero at the Heart of Construction & Mining 150+ Global Brands, Smart Technologies and Low-Carbon Solutions Set to Shape the Industry’s Sustainable Future

BCT Expo 2026 Puts Net Zero at the Heart of Construction & Mining 150+ Global Brands, Smart Technologies and Low-Carbon Solutions Set to Shape the Industry’s Sustainable Future

BANGKOK, September 2, 2026 – IMPACT Exhibition Management Co., Ltd., together with its public- and private-sector partners, has announced its full readiness for Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026), a leading regional exhibition and business platform for the building, construction and mining industries in Southeast Asia. Now in its sixth consecutive edition, BCT…

Read More
ปฏิวัติประกันสุขภาพไทย 2569: สงครามราคาหรือสงครามนวัตกรรมผลิตภัณฑ์?

ปฏิวัติประกันสุขภาพไทย 2569: สงครามราคาหรือสงครามนวัตกรรมผลิตภัณฑ์?

อุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยพลวัต การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงว่าใครขายเบี้ยถูกที่สุดอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันว่าใครจะนำเสนอโซลูชันด้านสุขภาพที่ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้มากที่สุด ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แสดงให้เห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของอัตราการเข้าถึงประกันสุขภาพหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นผลจากความตระหนักรู้ของประชาชนต่อความสำคัญของหลักประกันทางการเงิน พฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงการชดเชยค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่พวกเขามองหาระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครบวงจร บริษัทประกันภัยรายใหญ่ เช่น เอไอเอ ประเทศไทย เมืองไทยประกันชีวิต และกรุงเทพประกันภัย ต่างเร่งผนวกบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เข้าไปในกรมธรรม์ของตน ในไตรมาสแรกของปี 2569 ฟีเจอร์การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่สิ่งพิเศษอีกต่อไป สิ่งนี้ทำให้ผู้เล่นระดับกลางและเล็กต้องจับมือกับสตาร์ทอัพด้านสุขภาพ เช่น Raksa หรือ HDmall เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เทคโนโลยี Wearable และเบี้ยประกันแบบไดนามิก หนึ่งในนวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือการนำเบี้ยประกันแบบไดนามิกมาใช้โดยอ้างอิงข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) บริษัทประกันภัยหลายแห่งเสนอส่วนลดเบี้ยประกันสูงถึง 15-20% สำหรับผู้เอาประกันที่มีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอหรือมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติซึ่งตรวจวัดผ่านสมาร์ตวอทช์ กลยุทธ์นี้ช่วยลดอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้จริง เพราะส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความภักดีของลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z ซึ่งเป็นประชากรดิจิทัลกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย ข้อมูลภายในของบริษัทประกันบางแห่งชี้ว่าการเรียกร้องค่าสินไหมจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังลดลงถึง 12% ในกลุ่มผู้ใช้ wearable อย่างต่อเนื่อง กฎระเบียบและการคุ้มครองผู้บริโภค คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลยังคงเข้มงวดกับการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค กฎระเบียบใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 กำหนดให้การขายผ่านช่องทางดิจิทัล…

Read More
PaM++ ผนึก Image Shining เปิดตัว “Brand Image Training” เชื่อมกลยุทธ์แบรนด์ ภาพลักษณ์ และการสื่อสารของบุคลากรให้เป็นทิศทางเดียวกัน

PaM++ ผนึก Image Shining เปิดตัว “Brand Image Training” เชื่อมกลยุทธ์แบรนด์ ภาพลักษณ์ และการสื่อสารของบุคลากรให้เป็นทิศทางเดียวกัน

PaM++ ร่วมกับ Image Shining เปิดตัวหลักสูตร “Brand Image Training” ครั้งแรก เพื่อเชื่อมกลยุทธ์แบรนด์เข้ากับภาพลักษณ์และพฤติกรรมของบุคลากร แก้ไขปัญหาการทำงานแยกส่วน เพื่อสะท้อนผ่านตัวตนพนักงานอย่างสง่างามและเหมาะสม เริ่มจัดอบรมกันยายน 2569 นี้ กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2569 –– PaM++ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด ร่วมกับ Image Shining ผู้เชี่ยวชาญด้าน Image Coaching และ Professional Presence เปิดตัวหลักสูตร “Brand Image Training” โปรแกรมฝึกอบรมรูปแบบใหม่สำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานแยกส่วนกันระหว่างแบรนดิ้งและการพัฒนาบุคลากร โดยโปรแกรมนี้จะเริ่มเปิดให้อบรมสำหรับองค์กรต่างๆ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นจากจุดเจ็บปวด (Pain Point) ที่พบได้บ่อยในองค์กรยุคปัจจุบัน เมื่อฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาบุคลากร ฝ่ายบริการ และฝ่ายจัดอบรมด้านภาพลักษณ์ถูกจัดการแยกส่วนกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ในมุมมองของลูกค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของประสบการณ์เดียวกันในการปฏิสัมพันธ์กับองค์กร หลักสูตร Brand Image…

Read More
Back To Top