FOURDIGIT ลงนาม MOU ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งยกระดับการศึกษาด้าน Service Design
มุ่งหน้าขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมแล้ว 10 สถาบันพาร์ทเนอร์ และมีผู้เข้าร่วมรวม 520 คนจนถึงปัจจุบัน วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2569 บริษัท FOURDIGIT ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาการออกแบบบริการ (Service Design) โดยพิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์มนุษยศาสตร์ดิจิทัล (Center for Digital Humanities) ภายในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความเป็นมา นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 เป็นต้นมา FOURDIGIT ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านการศึกษาด้านการออกแบบบริการ (Service Design) FOURDIGIT และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม Service Design Bootcamp สำหรับนิสิตมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2568 และ พ.ศ.2569 จากความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง…
TCL ส่งต่อความห่วงใยในโอกาสครบรอบ 22 ปี ร่วมกับ ททบ.5 และอีจัน พร้อมบริการตรวจเช็กถึงบ้านและค่าแรงซ่อมฟรี ลดค่าอะไหล่ 50% ช่วยฟื้นฟูเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ส่งต่อความห่วงใยเนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) บริจาคอาหาร น้ำดื่ม พร้อมอุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดบ้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งในช่วงประสบภัยและการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด โดยได้รับความร่วมมือจากแม็คโคร (Makro) ในการจัดเตรียมสิ่งของ พร้อมร่วมบริจาคน้ำดื่มผ่านอีจัน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบอีกช่องทางหนึ่ง TCL ตั้งใจให้โอกาสครบรอบ 22 ปีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคม ด้วยการสนับสนุนสิ่งของที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงภัยพิบัติ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเมื่อระดับน้ำลดลง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัยและเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก สำหรับการช่วยเหลือร่วมกับ ททบ.5 ทาง TCL ได้ส่งมอบอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงอุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดบ้าน โดยมีแม็คโครช่วยจัดเตรียมสิ่งของ และ ททบ.5 เป็นผู้ส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย การบริจาคจึงครอบคลุมทั้งสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงน้ำท่วม และสิ่งของสำหรับทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน TCL ได้ร่วมบริจาคน้ำดื่มผ่านอีจัน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยหวังว่าการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจไปยังครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ TCL ยังช่วยลดภาระค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม…
ยุทธศาสตร์วางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์: หัวใจของการรักษาบุคลากรทักษะสูงในองค์กรไทยปี 2569
วิกฤตแรงงานที่มองเห็นได้ล่วงหน้า: ทำไมการวางแผนกำลังคนจึงเร่งด่วน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อจำนวนแรงงานในระบบมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลของ Forvis Mazars ประเทศไทย ระบุว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า กำลังแรงงานของไทยอาจลดลงประมาณ 3 ล้านคน จาก 40.2 ล้านคนในปี 2568 เหลือ 37.2 ล้านคนในปี 2583 สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางประชากรศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่เป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของสภาพแวดล้อมที่องค์กรต้องแข่งขันและเติบโต ช่องว่างทักษะที่ไม่สามารถรอได้ รายงาน Thailand Talent Landscape 2025-2029 จาก MHESI-NXPO เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขาของไทยต้องการบุคลากรทักษะสูงรวม 1,087,448 ตำแหน่งในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์มีความต้องการสูงสุดที่ 440,573 ตำแหน่ง รองลงมาคืออิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ 226,423 ตำแหน่ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนช่องว่างที่องค์กรต้องเตรียมรับมืออย่างเป็นระบบ หัวใจของการวางแผนกำลังคน: จากความตั้งใจสู่การปฏิบัติ การวิเคราะห์สมรรถนะปัจจุบันเทียบกับความต้องการในอนาคต Forvis Mazars อธิบายว่าการวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์คือการวิเคราะห์ขีดความสามารถของบุคลากรในปัจจุบันเทียบกับความต้องการในอนาคต ระบุช่องว่าง และสร้างแผนที่มีโครงสร้างเพื่อปิดช่องว่างนั้น กิจกรรมหลักประกอบด้วยการคาดการณ์ขีดความสามารถ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง การวิเคราะห์ช่องว่างทักษะ…
นโยบายภาษีอิเล็กทรอนิกส์ปี 2026 มาตรการรัฐที่พลิกโฉมระบบบัญชี SME ไทย
จุดเปลี่ยนที่รัฐผลักดันเต็มกำลัง การทำบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป รัฐบาลไทยได้ประกาศขยายมาตรการภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปจนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งหมายความว่าธุรกิจ SME ทุกขนาดมีเวลาอีกเพียงไม่ถึงสองปีในการปรับตัวเข้าสู่ระบบบัญชีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มาตรการ 2 เท่าที่ทำให้ต้นทุนลดลงจริง สิ่งที่ทำให้มาตรการรอบล่าสุดน่าสนใจเป็นพิเศษคือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบ 2 เท่า หรือ Double Deduction สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 200% ของค่าใช้จ่ายจริง ครอบคลุมทั้งค่าซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และค่าบริการจากผู้ให้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร e-Withholding Tax: ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% อีกหนึ่งมาตรการที่สร้างแรงจูงใจมหาศาลคือการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax จากเดิมที่ต้องหักในอัตรา 5% 3% และ 2% เหลือเพียง 1% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ค่าจ้างทำของ หรือค่าบริการวิชาชีพอิสระ…
IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai
ผสานการเรียนการสอนในห้องเรียน การอ่านทบทวนด้วยตนเอง และระบบประเมินผลไว้ในเครื่องเดียว พร้อมผู้ช่วย AI ที่ปรับการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละบุคคล กรุงเทพฯ, 6 ตุลาคม 2569 — IMAGO Technologies ประกาศเปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อม 2 โหมดการทำงาน ผสานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคล EdPrep.ai เข้ากับชุดเครื่องมือการสอนในชั้นเรียน ระบบประเมินผลดิจิทัล และระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไว้อย่างครบวงจรในอุปกรณ์เดียว PaperSmart ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนยุคใหม่ โดยรวบรวมทุกกิจกรรมการเรียนรู้ไว้บนหน้าจอเดียว ผู้เรียนสามารถอ่านตำรา ทบทวนบทเรียน จดบันทึกด้วยลายมือ และฝึกทำแบบฝึกหัดได้อย่างเป็นขั้นตอน ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการอุปกรณ์ของนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบบริหารจัดการส่วนกลาง ติวเตอร์ AI ส่วนบุคคล ยกระดับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง หัวใจสำคัญของ PaperSmart คือ EdPrep.ai แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง มองเห็นโครงสร้างความคิด แก้ไขจุดที่มักเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบได้อย่างมีทิศทาง เพราะความท้าทายสำคัญของนักเรียนในปัจจุบันไม่ใช่การค้นหาข้อมูล แต่คือการไม่รู้ว่าควรเรียนรู้อะไรต่อไป ไม่เข้าใจสาเหตุที่ตอบคำถามผิด และไม่สามารถเปลี่ยนคำแนะนำให้กลายเป็นพัฒนาการที่จับต้องได้ EdPrep.ai จึงทำหน้าที่เสมือน “สมองที่สอง” (Second…
การปฏิรูปกฎระเบียบ Thai ESG Fund 2026 – ความก้าวหน้าครั้งใหม่ของการลงทุนอย่างยั่งยืนในตลาดทุนไทย
จุดเปลี่ยนของการลงทุน ESG ในประเทศไทย ตลาดทุนไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องมือการลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุน Thai ESG (Thailand ESG Fund) ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทางการเงินเสริมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเสาหลักของกลยุทธ์การพัฒนาตลาดทุนที่ครอบคลุมและมุ่งเน้นระยะยาว การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2026 ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่เปลี่ยนโฉมการลงทุนสีเขียวในประเทศ การขยายขอบเขตการลงทุน: เปิดakses ke perusahaan JUMP+ การบูรณาการโปรแกรม JUMP+ เข้าสู่ระบบนิเวศ Thai ESG ก.ล.ต. ประเทศไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการขยายขอบเขตสินทรัพย์ที่กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนได้ ซึ่งครอบคลุมหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมในโปรแกรม JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีคะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ขั้นต่ำ 90 นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2026 และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างยั่งยืน บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ต้องแสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมกับมีแผนการเติบโตทางธุรกิจที่ชัดเจนและวัดผลได้ ผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนและนักลงทุน การขยายครั้งนี้สร้างแรงจูงใจโดยตรงให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับคุณภาพการกำกับดูแลและความโปร่งใส นายอเนก อยู่เย็น รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ประเทศไทย กล่าวว่าการแก้ไขกฎระเบียบนี้เป็นก้าวสำคัญในการใช้กลไกตลาดทุนเพื่อผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง…
Rovula และ Xplorer: หุ่นยนต์ใต้น้ำไทยที่เปลี่ยนการตรวจสอบท่อน้ำมันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากห้องแล็บ PTTEP สู่เวทีโลก อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องพึ่งพาวิธีตรวจสอบแบบดั้งเดิมมานานหลายทศวรรษ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยงสูง ท่อใต้น้ำที่ทอดยาวหลายพันกิโลเมตรต้องได้รับการตรวจสอบเป็นระยะโดยนักดำน้ำมืออาชีพหรือยานพาหนะที่ควบคุมจากเรือสนับสนุนที่มีค่าใช้จ่ายมหาศาล อย่างไรก็ตาม บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทยชื่อ Rovula (Thailand) Company Limited ได้พลิกโฉมภูมิทัศน์นี้อย่างสิ้นเชิง ในเดือนเมษายน 2026 Rovula เปิดตัว Xplorer ในงาน Geo Connect Asia 2026 ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นยานยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle/AUV) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล นวัตกรรมนี้เป็นผลงานความร่วมมือกับ AI and Robotics Ventures (ARV) บริษัทเทคโนโลยีฐานในประเทศไทย และพัฒนาโดยวิศวกรท้องถิ่นทั้งหมด Xplorer ทำงานอย่างไรและทำไมจึงสำคัญ Xplorer ทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเรือสนับสนุน DP2 ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นองค์ประกอบค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดในการตรวจสอบใต้ทะเล ด้วยความสามารถในการเคลื่อนที่อัตโนมัติและระบบเก็บข้อมูลที่มีความแม่นยำ Xplorer ไม่เพียงลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง Mayuree Daengprasitporn กรรมการบริหารฝ่ายขายของ Rovula กล่าวว่าท่อน้ำมันใต้ทะเลเป็นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่สำคัญในอาเซียน แต่วิธีการตรวจสอบแบบดั้งเดิมมีค่าใช้จ่ายสูงมากและเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน Xplorer…
กลยุทธ์ “เลือกโต ไม่ได้เร่งโต” ของการบินไทย กับการกลับมาเป็นสายการบินคุณภาพสูงระดับสากล
การกลับมาของสายการบินแห่งชาติ หลังจากการฟื้นฟูกิจการและกลับเข้าสู่การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ การบินไทยได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 66 ของการดำเนินงานด้วยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้น ภายใต้แนวคิด “เลือกโต ไม่ได้เร่งโต” ซึ่งเน้นคุณภาพของรายได้และกำไรมากกว่าการขยายตัวแบบไร้ทิศทาง เป้าหมายรายได้ 2 แสนล้านบาท ในปี 2569 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ประมาณร้อยละ 5 หรือแตะระดับ 2 แสนล้านบาท โดยคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารที่ 19-20 ล้านคน แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านจำนวนเครื่องบินที่อยู่ระหว่างการรอส่งมอบ แต่แผนการเพิ่มฝูงบินก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยภายในสิ้นปี 2569 จะมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 102 ลำ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 80 ลำ ยุทธศาสตร์ 4C สู่ความยั่งยืน ฝ่ายสายการพาณิชย์ได้แปลงวิสัยทัศน์ “High Quality Full Service Carrier with Strong Thai Brand” มาสู่ยุทธศาสตร์ 4C ประกอบด้วย Customer Centric,…
ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027
ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สัมผัสความงดงามของน้ำแข็งลอย 7 จุดชมวิวและประสบการณ์ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมเดินทางร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว บริษัท Club Tourism Co., Ltd. บริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่น ประกาศว่า ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอย ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จาก “Tour Grand Prix 2026” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ทัวร์ดังกล่าวได้รับการออกแบบในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางร่วมกันในกำหนดการเดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการรองรับหลายภาษา และได้รับการประเมินในระดับสูงในฐานะผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถเยี่ยมชมพื้นที่ชิเรโตโกะและอาบาชิริ ซึ่งเข้าถึงได้ยากสำหรับการเดินทางด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการได้รับรางวัลครั้งนี้ Club Tourism เริ่มเปิดจำหน่ายทัวร์สำหรับตลาดต่างประเทศสำหรับฤดูหนาวปี 2027 โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยแพร่เสน่ห์ของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทัวร์นี้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวไว้ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมพาเดินทางสัมผัส 7 จุดชมวิวและประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำแข็งลอย โดยเดินทางผ่านพื้นที่โดโตะ (Eastern Hokkaido) ซึ่งรวมถึงชิเรโตโกะ หนึ่งในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในฤดูหนาวที่ยากจะสัมผัสได้จากการเดินทางด้วยตนเอง เช่น การโดยสารเรือตัดน้ำแข็งชมธรรมชาติ “โอโรระ” และกิจกรรมสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด URL…
วิเคราะห์ตลาดร้านอาหารไทยปี 2569 เติบโต 3.9% พร้อมเจาะลึกเทรนด์อาหารข้างทาง สุขภาพ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ทำไมปี 2026 คือจุดเปลี่ยนของธุรกิจร้านอาหารไทยที่ต้องจับตา ภาพรวมตลาดร้านอาหารไทยที่กำลังขยายตัวสู่ 6.82 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับพลวัตที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มจะแตะระดับ 6.82 แสนล้านบาท เติบโต 3.9% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.5% สะท้อนว่าแม้กำลังซื้อจะเปราะบาง แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านอาหารยังคงแข็งแกร่ง ร้านสตรีตฟู้ดและเครื่องดื่มคือดาวเด่นของตลาด สิ่งที่น่าสนใจคือการเติบโตไม่กระจายตัวทั่วถึง กลุ่มร้านอาหารข้างทางหรือ Street Food เติบโตสูงถึง 5.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ขณะที่กลุ่มร้านเครื่องดื่มรวมเบเกอรี่และไอศกรีมขยายตัว 5.1% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กและร้านธงฟ้า ต้นทุนที่พุ่งสูงและโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ภาวะนี้ทำให้ร้านอาหารต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้วยการชูจุดเด่นด้าน “ความคุ้มค่า” หรือสร้าง “เอกลักษณ์” ให้ชัดเจน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โอกาสในกลุ่มร้านอาหารไทยและคาเฟ่ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่าประเภทร้านอาหารมาแรงที่มีจำนวนร้านเปิดใหม่มากที่สุด…
