SMEs ดิจิทัลไทยกับการเปลี่ยน BCM จาก “แผนในลิ้นชัก” สู่เครื่องมือสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืน
งานวิจัยปี 2026 ชี้ BCM ไม่ใช่แค่เรื่องรับมือภัยพิบัติ แต่คือ “routine” ที่สร้างความสามารถในการแข่งขัน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sustainability เมื่อกลางปี 2026 ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management หรือ BCM) ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ดิจิทัลของไทย โดยศึกษาจากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญผ่านวิธี Fuzzy TOPSIS ร่วมกับการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (SEM) จากกลุ่มตัวอย่าง 817 ราย ผลการศึกษาชี้ว่า “continuity-oriented routines” หรือกิจวัตรการดำเนินงานที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความต่อเนื่อง กลับกลายเป็นจุดงัดประสิทธิผล (practical leverage point) ที่ช่วยให้ SMEs ดิจิทัลไม่เพียงรอดจากวิกฤต แต่ยังสร้างผลการดำเนินงานที่ยั่งยืนได้จริง ทำไม SMEs ดิจิทัลจึงเปราะบางกว่าที่คิด SMEs ดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่เผชิญสภาพแวดล้อมที่ “เอนเอียงไปทางการหยุดชะงัก” (disruption-biased environments) การหยุดชะงักเพียงครั้งเดียวสามารถกัดกร่อนความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานและผลประกอบการระยะยาวได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยระบุว่า การศึกษาเดิมยังบูรณาการ BCM เข้ากับโมเดลความสามารถเชิงปฏิบัติการ (capability-based…
From Milan, to the World: SWM Unleashes Three Global Premieres at EICMA 2026
SWM, the Italian motorcycle brand founded in Milan in 1971, participated in EICMA 2026 from November 3–8 at Fiera Milano Rho, Italy. Located at Hall 11, Booth O06, SWM presented three global premieres: the VENTURO T310 ADV, TRAILHUNTER 1000 ATV, and NOMADER 1000 UTV. The exhibition also showcased its complete motorcycle and powersports lineup, alongside…
DEWellness เผยเบื้องหลัง Lemulia นวัตกรรมความงามจากนํ้าค้างหนึ่งเดียวในโลก ทุ่มทุนวิจัยกว่า 100 ล้านบาท สู่อนุสิทธิบัตรสูตรบํารุงผิว เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค
จากหยดนํ้าค้างธรรมชาติสู่การพัฒนาสารบํารุงผิว DEWellness (ดิวเวลเนสส์) เผยความสําเร็จอีกขั้นของ Lemulia (เลอมูเลีย) ชื่อเอกสิทธิ์นวัตกรรมที่แบรนด์ชูความเป็นหนึ่งเดียวในโลกในการใช้นํ้าค้างธรรมชาติเป็นสาร Active ในสูตรบํารุงผิว หลังบริษัท นํ้าค้างธรรมชาติ จํากัด ได้รับอนุสิทธิบัตรเลขที่ 28681 สําหรับ “สูตรสารบํารุงผิวที่มีส่วนผสมของนํ้าค้าง” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เบื้องหลังความสําเร็จคือเส้นทางการดําเนินธุรกิจ 16 ปีของบริษัท นํ้าค้างธรรมชาติ จํากัด ที่เริ่มต้นจาก นํ้าดื่มจากนํ้าค้างธรรมชาติ ก่อนต่อยอดสู่ Facial Mist สเปรย์นํ้าค้างบริสุทธิ์ ผลิตภัณฑ์บํารุงผิวตัวแรกของบริษัทฯ ภายใต้แบรนด์ DEWellness Elixir ซึ่งได้วางจําหน่ายในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และพัฒนามาสู่ Beauty Water ผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ ที่มียอดขายกว่า 400 ล้านบาท สะท้อนการนําองค์ความรู้เรื่องนํ้าค้าง มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สําหรับการดูแลตัวเองในชีวิตประจําวัน ตลอดเส้นทางดังกล่าว บริษัทฯทุ่มทุนวิจัยกว่า 100 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การคิดค้นเครื่องจับนํ้าค้างจนถึงการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ โดยเครื่องจับนํ้าค้างที่ใช้ในปัจจุบันผ่านการออกแบบทดลองใช้งาน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อนําข้อค้นพบในแต่ละขั้นตอนมาพัฒนาคุณภาพการเก็บนํ้าค้าง ควบคู่กับการนํานํ้าค้างธรรมชาติมาศึกษาใช้ในสูตรบํารุงผิว จนเกิดเป็นองค์ความรู้เฉพาะของ DEWellness คุณณัฐพนธ์…
พื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นคือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย
ตลาดพื้นที่ทำงานยืดหยุ่นของกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ทางเลือก” สู่ “แกนกลาง” รายงาน Bangkok Flexible Workspace Snapshot ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ระบุชัดเจนว่าความต้องการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นในอัตรา CAGR 14% ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 และเร่งตัวขึ้นอีก 38% ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการระบาด แต่เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างการทำงานของผู้ประกอบการไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แหล่งข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทยสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.colliers.com/th-th/research ทำไมผู้ประกอบการรายเล็กจึงเลือก “โต๊ะ 1-2 ตัว” มากกว่าสำนักงานถาวร ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดจากรายงานเดียวกันคือ สัดส่วนความต้องการพื้นที่แบบ 1-2 โต๊ะเพิ่มขึ้นจาก 56% ในปี 2025 เป็น 64% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ตัวเลขนี้สะท้อนพฤติกรรมของผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพและ SME ยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง ไม่ผูกมัดด้วยสัญญาเช่าระยะยาว และสามารถขยายหรือลดขนาดทีมได้ตามรอบการระดมทุนหรือการเติบโตของรายได้ การที่พื้นที่อย่าง Inner CBD Fringe ซึ่งครอบคลุมดุสิต…
อนาคตการกำหนดราคา Ride-Hailing ไทย เมื่อราคาที่เป็นธรรมอาจไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด
บทความ “อนาคตการกำหนดราคา Ride-Hailing ไทย เมื่อราคาที่เป็นธรรมอาจไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด” เขียนโดย ผศ.ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ TURAC นำเสนอผลการศึกษาเรื่องรูปแบบการกำหนดราคาของธุรกิจเรียกรถผ่านแอปในไทย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้เกิน 16 ล้านคนภายในปี 2573 และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจราว 30,000–50,000 ล้านบาทต่อปี งานวิจัยใช้วิธี Mixed Methods สำรวจคนขับและผู้ใช้บริการกลุ่มละ 100 ราย ผลชี้ว่าผู้บริโภคไม่ได้มองว่าราคาที่เป็นธรรมคือราคาที่ต่ำที่สุด แต่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความคาดการณ์ได้ และการมีทางเลือก ส่วนคนขับกังวลเรื่องรายได้ที่ไม่เพียงพอและการแข่งขันลดราคา บทความวิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดของราคาคงที่ Dynamic Pricing และ Peer-to-Peer (P2P) Pricing โดยมองว่า P2P เหมาะเป็นทางเลือกเสริมในระบบ Hybrid มากกว่าการนำมาแทนที่ทั้งหมด และเสนอให้รัฐทดลองผ่าน Regulatory Sandbox พร้อมกำหนดกรอบราคาขั้นต่ำและขั้นสูง (Price Corridor) บทความสรุปว่าราคาที่เป็นธรรมควรเกิดจากกระบวนการที่โปร่งใส อธิบายได้ และมีการแข่งขัน ภายใต้กติกาที่เหมาะสม โดย ผศ.ดร.สุทธิกร…
วิกฤตหรือโอกาส? 5 มิติเจาะหุ้นท่องเที่ยว-โรงแรม SET รับมือปี 2569 ที่นักท่องเที่ยวหายไป 4 ล้านคน
ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญสมการที่ยากจะแก้ ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปกว่าล้านคน ราคาหุ้นโรงแรมกลับปรับตัวขึ้นแรงติดต่อกันหลายวัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มองแค่จำนวนหัว แต่กำลังให้น้ำหนักกับคุณภาพของนักท่องเที่ยวและโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจริงกับเป้าที่ถูกปรับลง: อ่านสัญญาณให้ขาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ไว้ที่ 2.78 ล้านล้านบาท เติบโต 7% จากปี 2568 โดยวางแผนดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน และสร้างทริปในประเทศกว่า 205 ล้านทริป ภายใต้แนวคิด Value over Volume ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจริงกลับสวนทาง เมื่อรัฐบาลต้องปรับเป้าลงเหลือ 33 ล้านคน และข้อมูล ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2569 พบว่านักท่องเที่ยวสะสมอยู่ที่ 24.4 ล้านคน ลดลง 4.1% เมื่อเทียบปีก่อน โดยอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 69,000 คนต่อวัน ต่ำกว่าเป้าที่ต้องการถึง 114,000 คนต่อวันอย่างมีนัยสำคัญ ททท. ปรับประมาณการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30–34…
LAWSON 108 ติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติ “SMART EXCHANGE” เป็นครั้งแรก
“SMART EXCHANGE” ลดต้นทุนบุคลากร มุ่งเสนออัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดในพื้นที่ ACTPRO HOLDINGS Co., Ltd. (ต่อไปนี้เรียกว่า “ACTPRO HOLDINGS”) ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการ เครื่องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติ “SMART EXCHANGE” ได้รับการเลือกให้นำเครื่องไปติดตั้งที่ร้านสะดวกซื้อ “LAWSON 108” ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยเครื่องแรกติดตั้งที่สาขา ซอย สุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ การติดตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ LAWSON 108 ติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติ โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแลกเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาทได้อย่างสะดวกที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งสามารถแวะใช้บริการได้ระหว่างการซื้อสินค้าและระหว่างการเดินทาง บริการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ YES EXCHANGE ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในประเทศไทย โดย ACTPRO HOLDINGS เป็นผู้จัดหาเครื่องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติและติดตั้งระบบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน SMART EXCHANGE ที่ ACTPRO HOLDINGS ให้บริการ ได้ติดตั้งในประเทศไทยแล้วจำนวนกว่า 50 เครื่อง และบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายจุดติดตั้งเพิ่มเติม โดยการติดตั้งครั้งแรกที่ LAWSON 108…
เกมผจญภัยที่ผสานการสนับสนุนการทำงานเข้ากับการสานสัมพันธ์กับตัวละคร “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” เวอร์ชัน Steam ประกาศวางจำหน่ายวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายนนี้
DESK GARDEN PROJECT ประกาศกำหนดวางจำหน่ายเกมแนวผจญภัยที่ผสมผสานการสนับสนุนการทำงานเข้ากับการสื่อสาร “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” (มูฟลัฟ เกิร์ลส์การ์เดน) ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026 ■ ประกาศวันวางจำหน่าย “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” อย่างเป็นทางการ! เกม “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” เวอร์ชัน Steam มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026 ในช่วงเปิดตัวเกม มีกำหนดจัดโปรโมชันลดราคา 10% ขอเชิญเพิ่มเกมลงใน Wishlist บน Steam เพื่อรอติดตามการวางจำหน่าย URL: https://store.steampowered.com/app/5005700/ ระยะเวลาจัดโปรโมชัน (ตามกำหนดการ): 19 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2026 ■ รับรหัสซีเรียลเพื่อแลกรับเมมโมรีพิเศษ…
ไทยกับสถิติโลกด้านจุดเชื่อมต่อการชำระเงินเรียลไทม์
ไทยถือสถิติโลกจุดเชื่อมต่อชำระเงินเรียลไทม์ 6 ประเทศ ตัวเลขที่ทำให้ไทยยืนแถวหน้าของภูมิภาค ระบบ PromptPay ของไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือโอนเงินภายในประเทศอีกต่อไป ข้อมูลจาก National ITMX ระบุว่า ณ ปี 2026 ไทยมีจุดเชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน QR แบบเรียลไทม์โดยตรงกับ 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ซึ่งถือเป็นจำนวนจุดเชื่อมต่อโดยตรงสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าไทยได้เปลี่ยนจากผู้ตามในระบบการเงินดั้งเดิม มาเป็นผู้กำหนดสถาปัตยกรรมของภูมิภาค ความแข็งแกร่งภายในประเทศเป็นรากฐานสำคัญ ประเทศไทยมีบัญชีโมบายแบงก์กิ้งที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 107.24 ล้านบัญชี สูงกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ยอดธุรกรรมผ่าน PromptPay อยู่ที่กว่า 74 ล้านรายการต่อวัน และมีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 90 ล้านราย ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของปริมาณ แต่หมายถึงความคุ้นเคยของผู้ใช้ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ทำให้การเชื่อมต่อกับต่างประเทศเกิดขึ้นได้จริงในระดับ mass adoption บทบาทที่มากกว่าการเป็นคู่เชื่อมต่อ จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ไทยได้รับเลือกจาก Asian Payment Network (APN) ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบชำระเงินและโอนเงินระหว่าง 11 ประเทศสมาชิก…
ขยายหลักสูตร Service Design School สู่ภาคธุรกิจในต่างประเทศ — สนับสนุนโครงการบริการหลังการขายของ Mitsubishi Motors (Thailand)
FOURDIGIT ได้ต่อยอดโครงการ “Service Design School” ที่ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา สู่การเป็นหลักสูตรเชิงปฏิบัติการสำหรับองค์กรธุรกิจและการทำงานจริง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 เราได้จัดการฝึกอบรม (บรรยาย) เรื่องการคิดเชิงบริการออกแบบ (Service Design Thinking) ให้แก่ทีมงานโครงการของ Mitsubishi Motors (Thailand) Co., Ltd. (ต่อไปนี้จะเรียกว่า MMTh) ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของ FOURDIGIT ในการจัดฝึกอบรมด้าน Service Design ให้กับองค์กรธุรกิจในต่างประเทศ ที่มาและความเป็นมา การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บุคลากรดิจิทัลที่สามารถผสานมุมมองด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์บริการทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน โอกาสในการเรียนรู้ Service Design ในเชิงปฏิบัติการตั้งแต่ระดับการศึกษายังคงมีอยู่อย่างจำกัด เพื่อนำองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงกลับมาพัฒนาบุคลากร FOURDIGIT จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี 2024 และในเดือนกันยายน 2026 การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำให้จำนวนสถาบันพันธมิตรเพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง…
