แรงกดดันจากตลาดโลจิสติกส์ไทยปี 2026
ตลาดโลจิสติกส์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากข้อมูลของ Statista คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดโลจิสติกส์ของไทยในปี 2026 จะสูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง ดูข้อมูลเพิ่มเติม แรงกดดันจากอีคอมเมิร์ซที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทำให้ผู้ให้บริการขนส่งต้องเร่งปรับตัว เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มความเร็ว
Flash Express หนึ่งในสตาร์ทอัพลอจิสติกส์ไทยที่เติบโตเร็วที่สุด ประกาศเดินหน้าขยายระบบ AI เต็มรูปแบบในคลังสินค้าหลักย่านบางนา โดยมีเป้าหมายย่นระยะเวลาการจัดส่งพัสดุในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลจากเฉลี่ย 6–8 ชั่วโมงเหลือเพียง 3 ชั่วโมง
AI จัดเส้นทางลดระยะทางวิ่งเปล่า
หนึ่งในปัญหาหลักของธุรกิจขนส่งด่วนคือ “ระยะทางวิ่งเปล่า” ซึ่งเกิดจากรถขนส่งต้องย้อนกลับคลังโดยไม่มีพัสดุติดรถ Flash Express นำระบบ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ พยากรณ์จุดที่มีพัสดุหนาแน่น และจัดเส้นทางให้พนักงานขับรถรับ-ส่งได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลับคลังกลางบ่อยครั้ง
ระบบดังกล่าวช่วยลดระยะทางวิ่งเปล่าได้ถึง 28% และประหยัดน้ำมันต่อคันราว 1,200 บาทต่อวัน ผลลัพธ์นี้ทำให้ Flash Express สามารถรักษาค่าใช้จ่ายต่อชิ้นให้ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดแมสได้อย่างมีนัยสำคัญ
คลังอัตโนมัติบางนา: จาก 4 ชั่วโมงเหลือ 45 นาที
หัวใจหลักอีกส่วนคือระบบคัดแยกพัสดุอัตโนมัติหรือ Automated Sorting System ภายในคลังบางนา เครื่องคัดแยกความเร็วสูงสามารถจัดการพัสดุได้ 250,000 ชิ้นต่อชั่วโมง โดยใช้แขนกลและสายพานอัจฉริยะที่ตรวจจับบาร์โค้ดและน้ำหนักได้แม่นยำ 99.7%
การคัดแยกที่เคยใช้แรงงานคนนานถึง 4 ชั่วโมงต่อรอบ ปัจจุบันเหลือเพียง 45 นาทีต่อรอบ ส่งผลให้พัสดุถึงมือผู้รับในเขตเมืองได้ภายในวันเดียว และรองรับปริมาณพัสดุช่วงแคมเปญ 9.9 หรือ 11.11 ได้โดยไม่เกิดคอขวด
ผลกระทบต่อผู้ค้าออนไลน์และผู้บริโภค
ผู้ค้าออนไลน์รายย่อยที่ฝากขายสินค้าผ่านแฟลช เอ็กซ์เพรส ระบุว่าอัตราการส่งสำเร็จในวันแรกเพิ่มขึ้น 22% ขณะที่ข้อร้องเรียนเรื่องพัสดุสูญหายลดลง 35% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนใช้ระบบ AI ทั้งยังช่วยให้ร้านค้าสามารถเสนอ “รับประกันส่งทันใจ 3 ชั่วโมง” เป็นจุดขายแข่งกับแพลตฟอร์มใหญ่ได้
สำหรับผู้บริโภค การได้รับพัสดุเร็วขึ้นช่วยลดความกังวลเรื่องสินค้าเน่าเสียหรือสินค้าแฟชั่นที่ต้องใช้ทันเวลา เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังจึงไม่ใช่แค่เรื่องภายในองค์กร แต่กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ของคนไทยในปี 2026
