ทำไมปี 2026 คือจุดเปลี่ยนของธุรกิจร้านอาหารไทยที่ต้องจับตา ภาพรวมตลาดร้านอาหารไทยที่กำลังขยายตัวสู่ 6.82 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับพลวัตที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มจะแตะระดับ 6.82 แสนล้านบาท เติบโต 3.9% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.5% สะท้อนว่าแม้กำลังซื้อจะเปราะบาง แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านอาหารยังคงแข็งแกร่ง
ร้านสตรีตฟู้ดและเครื่องดื่มคือดาวเด่นของตลาด สิ่งที่น่าสนใจคือการเติบโตไม่กระจายตัวทั่วถึง กลุ่มร้านอาหารข้างทางหรือ Street Food เติบโตสูงถึง 5.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ขณะที่กลุ่มร้านเครื่องดื่มรวมเบเกอรี่และไอศกรีมขยายตัว 5.1% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กและร้านธงฟ้า
ต้นทุนที่พุ่งสูงและโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ภาวะนี้ทำให้ร้านอาหารต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้วยการชูจุดเด่นด้าน “ความคุ้มค่า” หรือสร้าง “เอกลักษณ์” ให้ชัดเจน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
โอกาสในกลุ่มร้านอาหารไทยและคาเฟ่ ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่าประเภทร้านอาหารมาแรงที่มีจำนวนร้านเปิดใหม่มากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารไทย อาหารจานเดียว คาเฟ่และร้านกาแฟ รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยว โดยมีร้านหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัล Users’ Choice มากถึง 192 ร้าน หรือคิดเป็นกว่า 28% ของผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดยังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์
เทรนด์สุขภาพที่ปฏิเสธไม่ได้ อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงคือ “สายสุขภาพ” ซึ่งกลายเป็นไลฟ์สไตล์ถาวร กลุ่มอาหารคลีนและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโต 20% ในช่วงต้นปี โดยเมนูสลัดมียอดขายรวมกว่า 1 ล้านจานในไตรมาสแรก ขณะที่เครื่องดื่มและขนมจากมะยงชิดเติบโตสูงถึง 30 เท่า และโยเกิร์ตปั่นกรีกโยเกิร์ตเติบโต 53% ผู้ประกอบการที่สามารถจับเทรนด์นี้ได้ก่อนย่อมได้เปรียบอย่างชัดเจน
