ขณะนี้ในญี่ปุ่น โรงแรมที่ “พักได้พร้อมกันทั้งครอบครัว” กำลังเพิ่มขึ้น — โรงแรม “Minn” ที่ได้รับเลือกจากนักท่องเที่ยวครอบครัว เปิดให้บริการครบ 40 แห่งแล้ว —

ในญี่ปุ่น การหาโรงแรมที่สามารถพักร่วมกันได้ทั้งครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนยังไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางกระแสนี้ แบรนด์ที่พัก “Minn (มินน์)” ภายใต้แนวคิด “Stay Together” กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัท SQUEEZE Co., Ltd. ผู้ดำเนินงาน Minn ได้เปิดให้บริการที่พัก Minn แห่งที่ 40 ภายในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย ที่พักแห่งล่าสุด “Minn Kawaramachi Gojo Riverside” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาโมะ เมืองเกียวโต สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 7 คน พร้อมครัวและเครื่องซักผ้า แนวคิด “ทุกคนพักด้วยกันได้” ของ Minn กำลังขยายไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยก็เริ่มเลือกพักที่ Minn มากขึ้นในฐานะตัวเลือกใหม่ของการเดินทางญี่ปุ่น การหาโรงแรมที่รองรับครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนในญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องง่าย บ่อยครั้งที่ต้องแลกมาด้วยการแยกห้องนอน หรือพื้นที่ที่อึดอัด ขอแนะนำ “Minn (มินน์)” แบรนด์ที่พักดาวรุ่งที่กำลังมาแรง ที่ฉีกกฎเดิมๆ ด้วยคอนเซปต์ “Stay…

Read More

SQUEEZE ฉลองความสำเร็จเปิดตัวโรงแรม “Minn” แห่งที่ 40 ในญี่ปุ่น พร้อมเปิดรับพาร์ทเนอร์ร่วมขยายธุรกิจที่พัก

บริษัท SQUEEZE เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและการบริหารธุรกิจที่พักจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ดำเนินงานแบรนด์ที่พัก “Minn” ล่าสุด SQUEEZE ได้เปิดให้บริการที่พัก Minn แห่งที่ 40 ภายในประเทศญี่ปุ่น Minn ดำเนินงานในเขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวหลักทั่วญี่ปุ่น โดยมีจุดแข็งด้าน โมเดลการดำเนินงานที่สามารถทำซ้ำและขยายได้ ซึ่งผ่านการพิสูจน์จากการบริหารที่พักกว่า 40 แห่ง รวมถึงการใช้ AI และเทคโนโลยี ในระบบการดำเนินงานของตนเอง ท่ามกลางการฟื้นตัวและการเติบโตของตลาดอินบาวด์ญี่ปุ่น SQUEEZE ได้เริ่มเปิดรับ Supply Partner ที่สามารถร่วมมือในด้านการลงทุน การพัฒนา และการดำเนินธุรกิจที่พัก ที่พักแห่งที่ 40 ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างล่าสุด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาโมะ เมืองเกียวโต ในทำเลที่มีคุณค่าทางการท่องเที่ยวสูง และออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อน จากผลงานและประสบการณ์ในตลาดญี่ปุ่น SQUEEZE มีแผนที่จะใช้ญี่ปุ่นเป็นจุดเริ่มต้น และมองไปสู่การขยายความร่วมมือในอนาคต รวมถึงตลาดเอเชียอย่างประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ แบรนด์ที่พัก ‘Minn’ ภายใต้การบริหารของ SQUEEZE Co., Ltd. ประสบความสำเร็จอีกขั้นด้วยการเปิดให้บริการสาขาที่ 40 ในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย ก้าวสำคัญนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของ…

Read More

ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการวอลเลย์บอลไทยกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ KARIYA QUEENSEIS KARIYA เตรียมจัดงาน “วันเชียร์นักกีฬาไทย (ครั้งที่ 3)” ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2026 ~การดวลที่น่าจับตามองระหว่าง นุสรา ปะทะ หัตถยาบนเวที SV.LEAGUE~

QUEENSEIS KARIYA (ทีมเจ้าบ้าน : Kariya-shi, Aichi) จะจัดกิจกรรม “เชื่อมสัมพันธ์ไทยกับญี่ปุ่น วันเชียร์นักกีฬาไทย (ครั้งที่ 3)” ในการแข่งขันวอลเลย์บอล SV.LEAGUE อย่างเป็นทางการ พบกับทีม SAGA HISAMITSU SPRINGS ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2026 ณ WING ARENA KARIYA กิจกรรมดังกล่าวเป็นงานแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่จัดขึ้นโดยมีนักวอลเลย์บอลไทยซึ่งกำลังสร้างผลงานโดดเด่นในลีกวอลเลย์บอลระดับสูงสุดของญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงชุมชนชาวไทยในญี่ปุ่น และผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ตลอดจนแฟนวอลเลย์บอลจากประเทศไทยที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น งานนี้ได้ดำเนินการจัดงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ฤดูกาล 2024–2025 และในปีนี้นับเป็นการจัดขึ้น เป็นครั้งที่ 3 ■ ที่มาของการจัดงาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแข่งขันวอลเลย์บอล SV.LEAGUE ของญี่ปุ่น มีนักกีฬาระดับทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันและสร้างผลงานอย่างโดดเด่นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความสนใจในระดับนานาชาติที่มีต่อวงการวอลเลย์บอลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปีQUEENSEIS KARIYA จึงได้ริเริ่มและดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นกับต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบทั่วไป พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเข้าชมการแข่งขันกีฬา และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของสังคมหลากหลายวัฒนธรรมผ่านการรับชมวอลเลย์บอลร่วมกัน ■ ไฮไลต์ที่น่าจับตา จุดเด่นสูงสุดของการแข่งขันนัดนี้ คือการดวลกันโดยตรงระหว่าง NOOTSARA TOMKOM#13…

Read More

OAKHOUSE ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในงานอีเวนต์วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทย โครงการที่พักพร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบไม่ต้องมีผู้ค้ำได้รับเสียงชื่นชมมากมาย พร้อมเตรียมเปิดโครงการใหม่ในปี 2026 และเริ่มขยายบริการสู่การสนับสนุนด้านอาชีพ

OAKHOUSE ได้ร่วมออกบูธในงาน NIPPON HAKU 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทย จัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 และได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากเหล่านักเรียนและคนทำงานที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น โดยมีผู้เข้าชมงานจำนวนมากให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกของ OAKHOUSE 【มอบสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับนักเรียนไทยในญี่ปุ่น】 การมองหาที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติเป็นเรื่องท้าทาย ด้วยอุปสรรคด้านภาษา ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูง และขั้นตอนสัญญาที่ซับซ้อน ดังนั้นที่พักพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีหลังเดินทางถึงญี่ปุ่น รวมถึงระบบที่ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนสามารถใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างมั่นใจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ OAKHOUSE ได้สนับสนุนการหาที่อยู่สำหรับนักเรียนต่างชาติมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1992 ในงาน NIPPON HAKU 2025 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ในงานได้มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก รับฟังทั้งความกังวลและความต้องการของพวกเขาอย่างใกล้ชิดเมื่อติดต่อผ่านเว็บไซต์ของบริษัท ทางทีมCustomer Support จะช่วยดูแลขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงทำสัญญา โดยให้บริการทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ทุกขั้นตอนของการเข้าพักสามารถดำเนินการได้แบบออนไลน์ทั้งหมด ลดความยุ่งยากของเอกสารต่างๆ และยังมีสัญญาเวอร์ชันภาษาอังกฤษให้เลือกใช้งานอีกด้วย หลังเข้าพักแล้ว ยังให้การสนับสนุนการใช้ชีวิตและช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างรวดเร็ว เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ 【ไม่ต้องมีเงินมัดจำและไม่เสียค่านายหน้า เข้าอยู่อาศัยได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป】ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา OAKHOUSE ดำเนินธุรกิจแชร์เฮาส์และให้การสนับสนุนนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันที่พักของ OAKHOUSE ส่วนใหญ่เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่รองรับผู้พักอาศัยตั้งแต่ 80 คนขึ้นไป โดยผู้อยู่อาศัยแต่ละคนจะมีห้องนอนส่วนตัว พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่…

Read More

เดรานี ยอชต์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Majesty, Nomad และ Oryx อย่างเป็นทางการในประเทศไทยและมาเลเซีย

เดรานี ยอชต์ (Derani Yachts) บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจเรือยอชต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยินดีประกาศการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและมาเลเซีย สำหรับเรือยอชต์สามแบรนด์ระดับโลกจาก Gulf Craft ได้แก่ Majesty, Nomad และ Oryx อู่ต่อเรือจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการผลิตเรือยอชต์และเรือสันทนาการด้วยเทคโนโลยีคอมโพสิตแบบครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Derani Yachts ในการขยายพอร์ตโฟลิโอ โดยนำเสนอเรือยอชต์และซูเปอร์ยอชต์ในตระกูล Majesty ควบคู่กับเรือ Nomad และเรือคาบินครูซเซอร์ Oryx เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเรือยอชต์ในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นสองในจุดหมายปลายทางด้านการล่องเรือที่มีพลวัตมากที่สุดในเอเชีย เจ้าของเรือในทั้งสองประเทศจะสามารถเข้าถึงเรือที่หลากหลายตั้งแต่ขนาด 10 เมตร (32 ฟุต) ไปจนถึง 55 เมตร (180 ฟุต) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อความสบาย ความมั่นคง และสมรรถนะที่เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน รองรับการล่องเรือตลอดทั้งปีตามแนวชายฝั่ง หมู่เกาะ และน่านน้ำที่ได้รับการคุ้มครองของประเทศไทยและมาเลเซีย เรือยอชต์และซูเปอร์ยอชต์ในตระกูล Majesty ถือเป็นจุดสูงสุดของงานฝีมือระดับลักชัวรีจาก Gulf Craft โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง การเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างไร้รอยต่อ และความสะดวกสบายระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม สำหรับเจ้าของที่มองหาประสบการณ์การใช้ชีวิตบนผืนน้ำอย่างเหนือระดับ ขณะที่ Nomad ถูกออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยบนเรือในระยะยาว…

Read More

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือการตลาดสำหรับ SMEs ในประเทศไทย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในประเทศไทย การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Instagram และ Line ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการที่ธุรกิจติดต่อกับลูกค้า สร้างการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำการตลาด บทความนี้จะสำรวจวิธีที่ SMEs ในประเทศไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือการตลาดเพื่อขยายการเข้าถึง เพิ่มการมองเห็นแบรนด์ และขับเคลื่อนยอดขาย SMEs เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีส่วนร่วมในด้านการจ้างงานและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างมาก แต่หนึ่งในความท้าทายหลักสำหรับธุรกิจเหล่านี้คือการต่อสู้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณการตลาดมากกว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้ SMEs มีโอกาสในการแข่งขัน โดยการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำกว่าการโฆษณาทางช่องทางดั้งเดิม 1. การเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก ประเทศไทยมีอัตราการใช้สื่อสังคมออนไลน์สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากกว่า 50 ล้านคน โดยแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook และ Instagram ไม่เพียงแค่เป็นที่นิยมในหมู่บุคคล แต่ยังเป็นช่องทางที่ธุรกิจใช้ในการติดต่อกับลูกค้า โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้ SMEs สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงตามอายุ สถานที่ ความสนใจ และพฤติกรรมออนไลน์ ตัวอย่างเช่น ร้านแฟชั่นขนาดเล็กในกรุงเทพฯ สามารถใช้คุณสมบัติการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของ Instagram เพื่อโฆษณาไปยังผู้ใช้ในท้องถิ่นที่สนใจแฟชั่น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการแปลงเป็นยอดขาย 2. ความคุ้มค่าของการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับ…

Read More

Wacom ขยายศักยภาพของซีรีส์ MovinkPad ด้วยการรวม ibisPaint X และสมาชิก Prime นานถึง 180 วัน

การอัปเดต Android ล่าสุดสำหรับซีรีส์ Wacom MovinkPad จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเชื่อมต่อ ibisPaint X, Wacom Canvas และ Wacom Shelf พร้อมมอบสมาชิก ibisPaint Prime ฟรีเป็นเวลา 180 วัน โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น — 17 ธันวาคม ค.ศ. 2025 — วันนี้ Wacom ได้ปล่อยการอัปเดต Android ใหม่สำหรับซีรีส์ Wacom MovinkPad ซึ่งมาพร้อมกับแอป ibisPaint X ที่ติดตั้งล่วงหน้า และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่าง Wacom Canvas, Wacom Shelf และ ibisPaint X ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มวาดภาพประกอบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์งานสามารถสลับไปมาระหว่างการร่างภาพ การแก้ไข และการจัดการผลงานได้อย่างราบรื่น ซีรีส์ MovinkPad ของ Wacom ยังคงสานต่อวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างแท็บเล็ตสร้างสรรค์แบบพกพาอเนกประสงค์…

Read More

SNIFROG เตรียมบุกตลาดไทย: โทเคนคอมมูนิตี้สายจริงจัง ที่มาพร้อมอารมณ์ขันแบบมีวินัย

กรุงเทพฯ — Frogverse Innovation ประกาศเตรียมขยายระบบนิเวศเข้าสู่ประเทศไทย ด้วยการแนะนำ SNIFROG (Sniper Frog) โทเคนคอมมูนิตี้ในช่วงก่อนลิสต์ (pre-listing) ที่ผสมผสานความจริงจังของโลกคริปโตเข้ากับอารมณ์ขันแบบเบา ๆ ภายใต้ธีม “บึงดิจิทัล” อันเป็นเอกลักษณ์ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูสนุกและเป็นกันเอง แต่ SNIFROG ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างที่ชัดเจนและกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจในหลายประเทศในฐานะโครงการคอมมูนิตี้ที่ดูเหมือนมีม แต่ทำงานอย่างมืออาชีพ ในประเทศอื่น ๆ คอมมูนิตี้ SNIFROG ได้สร้างตัวตนที่ทั้งขำขันและมีระบบ เช่น อินโดนีเซียที่มี KPK – Komando Pasukan Kodok ชื่อที่เล่นคำเสียดสีหน่วยงานรัฐชื่อดัง รัสเซียที่มี KGB – Komitet Gosudarstvennykh Batrakov หรือ “คณะกรรมการลูกอ๊อดแห่งรัฐ” และสหรัฐอเมริกากับ FBI – Frog Bureau of Intelligence ในสไตล์มีมแบบอเมริกัน สำหรับประเทศไทย Frogverse มองว่านี่คือพื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนรุ่นใหม่ในการสร้างคอมมูนิตี้ในแบบของตัวเอง จะเป็น…

Read More

การทำความเข้าใจ IPO ในประเทศไทย: กระบวนการ โอกาส และความเสี่ยง

การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับบริษัทที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดทุนสาธารณะ ในประเทศไทย กระบวนการ IPO เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถระดมทุนจำนวนมากในขณะที่ให้นักลงทุนมีโอกาสในการร่วมเติบโตกับบริษัทนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การเดินทางในกระบวนการนี้ไม่ไร้ความท้าทาย บทความนี้จะเจาะลึกในแง่มุมต่างๆ ของ IPO ในประเทศไทย โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการ โอกาส และความเสี่ยง กระบวนการ IPO ในประเทศไทย กระบวนการในการเปิดตัว IPO ในประเทศไทยเริ่มต้นจากการที่บริษัทตัดสินใจที่จะออกหุ้นให้กับสาธารณะ บริษัทจะได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของประเทศไทย ขั้นแรก บริษัทต้องเตรียมเอกสารทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบบัญชีของรายงานการเงินย้อนหลังอย่างน้อยสามปี บริษัทต้องมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของตนสอดคล้องกับกฎหมายไทย และมีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสม บริษัทจะต้องแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย (underwriters) ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารจัดการกระบวนการเสนอขาย กำหนดราคาเสนอหุ้น และทำการตลาดให้กับนักลงทุน เมื่อเอกสารและการอนุมัติที่จำเป็นครบถ้วน บริษัทจะยื่นคำขอเสนอขายต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) โดยคำขอนี้จะรวมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจ ทีมผู้บริหาร ผลการดำเนินงานทางการเงิน และปัจจัยเสี่ยง SEC จะทำการตรวจสอบคำขอนี้เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้ หลังจากการอนุมัติ บริษัทจะกำหนดราคาการเสนอขายและวันเวลาที่จะเสนอขายหุ้นให้กับสาธารณะ โอกาสสำหรับนักลงทุน การลงทุนใน IPO ในประเทศไทยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าร่วมกับบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว IPO มักจะเสนอผลตอบแทนที่สูงให้กับนักลงทุนที่ลงทุนในช่วงต้นหากบริษัทดำเนินธุรกิจได้ดีในตลาดสาธารณะ…

Read More

VRITIMES ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ปณิดา รัตนวิมล ดำรงตำแหน่ง Country Manager ประจำประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและมุ่งยกระดับระบบนิเวศสื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในไทย

VRITIMES ประเทศไทย บริษัทในเครือของ VRITIMES แพลตฟอร์มสื่อชั้นนำซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งนางสาวปณิดา รัตนวิมล ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทย (Country Manager) อย่างเป็นทางการ โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์และการวางรากฐานระยะยาวของบริษัทในตลาดประเทศไทย VRITIMES ประเทศไทย ดำเนินงานในฐานะแพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อองค์กรกับสื่อมวลชนและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อในหลายสาขา โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ตามหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง และกระจายข่าวต่อไปยังสำนักข่าวที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง ช่วยให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมสามารถสื่อสารได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเข้าถึงกลุ่มสื่อเป้าหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีด้านการสื่อสาร การพัฒนาแบรนด์ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ คุณปณิดาจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดของ VRITIMES ประเทศไทย ตลอดจนยกระดับความร่วมมือและความเชื่อมต่อกับสื่อมวลชนในประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น VRITIMES ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพในประเทศไทย ผ่านบริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล คุ้มค่า และให้บริการในรูปแบบการสมัครสมาชิกทั้งแบบชำระตามการใช้งาน (pay-as-you-go) และแบบรายเดือน บริการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นทางธุรกิจและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสตาร์ทอัพและ SMEs ในการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก SMEs มีสัดส่วนกว่า 99.5% ของธุรกิจจดทะเบียนทั้งหมดในประเทศไทย (อ้างอิง: กลุ่มธนาคารโลก, 2568) การเสริมศักยภาพด้านการสื่อสารและการสร้างการรับรู้ในสื่อจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ…

Read More
Back To Top