บทบาทของ SMEs ในเศรษฐกิจไทยและการมีส่วนร่วมในการสร้างงาน

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นแหล่งสำคัญในการสร้างงาน ในประเทศนี้ SMEs ครอบคลุมมากกว่า 90% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดและจ้างงานเกือบ 80% ของแรงงานทั้งหมด ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ SMEs ในการสร้างงานจึงมีความสำคัญเพื่อสะท้อนถึงผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ SMEs เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ SMEs ในประเทศไทยแบ่งออกเป็นหลายภาคส่วน เช่น การผลิต บริการ การค้า และเกษตรกรรม ภาคธุรกิจเหล่านี้มักจะมีความยืดหยุ่นและทนทานในการเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้สามารถสร้างงานได้อย่างต่อเนื่องและตอบสนองต่อความต้องการในตลาดท้องถิ่นและต่างประเทศ ผลกระทบต่อการสร้างงาน ตามข้อมูลจากรัฐบาล SMEs มีส่วนในการสร้างงานให้กับกว่า 80% ของแรงงานทั้งหมดในประเทศ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมมักจะจ้างงานคนท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงผู้ที่อาจไม่มีทักษะทางเทคนิคที่สูง สิ่งนี้ทำให้ SMEs เป็นทางเลือกหลักในการสร้างโอกาสในการทำงานที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ SMEs ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยการสร้างงานในพื้นที่ที่มีการกระจายรายได้อย่างยุติธรรมและสร้างโอกาสในการทำงานสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท ความท้าทายและแนวทางแก้ไข ถึงแม้ว่า SMEs จะมีบทบาทสำคัญแต่ก็ยังคงประสบกับความท้าทายในด้านต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การขาดทักษะการบริหารจัดการ และการขาดความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินนโยบายและโครงการต่าง ๆ…

Read More

ASUENE Presents Japan-Thailand Decarbonization Partnership at Government-Led Energy Dialogue, Showcasing Progress with Banpu NEXT

ASUENE Inc. participated in the 7th Japan-Thailand Energy Policy Dialogue, co-hosted by Japan’s Ministry of Economy, Trade and Industry (METI) and Thailand’s Ministry of Energy, held on July 15, 2025, in Pattaya, Thailand. Building on its partnership with local clean energy leader Banpu NEXT, ASUENE shared progress in their collaborative efforts toward realizing a decarbonized…

Read More

ดัชนีหุ้นอื่นๆ ในประเทศไทยที่ควรรู้ นอกจาก SET Index

นอกจาก SET Index แล้ว ยังมีดัชนีหุ้นสำคัญอื่นๆ ในประเทศไทยที่นักลงทุนควรทราบ แม้ว่าจะมี SET Index ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด แต่ดัชนีเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญในการสะท้อนสภาพตลาดและภาคธุรกิจที่แตกต่างกัน ดัชนี SET50SET50 เป็นดัชนีที่ประกอบไปด้วยหุ้น 50 ตัวที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงและมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการเคลื่อนไหวของตลาด การลงทุนผ่าน SET50 จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำและความมั่นคงในระยะยาว ดัชนี SET100SET100 เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้น 100 ตัวที่มีมูลค่าตลาดสูง ซึ่งให้ภาพรวมของการเคลื่อนไหวในหลายภาคธุรกิจ โดยรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่และเล็กที่มีการกระจายความเสี่ยงที่มากขึ้น ดัชนีนี้เป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างหลากหลาย ดัชนีภาคอุตสาหกรรมนอกจากดัชนี SET50 และ SET100 ยังมีดัชนีภาคอุตสาหกรรมที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของหุ้นในภาคธุรกิจเฉพาะ เช่น ดัชนีพลังงาน ดัชนีอสังหาริมทรัพย์ และดัชนีสินค้าอุปโภคบริโภค การติดตามดัชนีภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจการเคลื่อนไหวของตลาดในเชิงลึกมากขึ้น ดัชนีภาคเทคโนโลยีดัชนีภาคเทคโนโลยีเป็นดัชนีที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสะท้อนถึงการเติบโตของภาคธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศไทย แม้จะยังไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับภาคพลังงานหรือธนาคาร แต่ภาคนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต บทสรุปSET Index เป็นดัชนีที่รู้จักกันดี แต่ยังมีดัชนีอื่นๆ ที่นักลงทุนควรพิจารณา เช่น SET50, SET100 และดัชนีภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้มีมุมมองที่ครบถ้วนและชัดเจนเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทย

Read More

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักทางการเงิน ธปท. มีหน้าที่ในการออกแบบและดำเนินนโยบายการเงินที่มีผลกระทบต่อหลายด้านของเศรษฐกิจ ทั้งอัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้า หนึ่งในภารกิจหลักของธปท. คือการรักษาเสถียรภาพของราคา เงินเฟ้อที่สูงเกินไปอาจทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ขณะที่เงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า ดังนั้น ธปท. ใช้เครื่องมือหลายตัวในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยที่อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลัก เมื่อธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน แต่ถ้าเงินเฟ้อสูงเกินไป ธปท. ก็จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมการขยายตัวของเศรษฐกิจ อีกด้านหนึ่ง ธปท. ต้องพิจารณาปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและผลกระทบจากนโยบายการเงินของประเทศใหญ่ๆ ประเทศไทยมีการพึ่งพาการส่งออกอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้น ธปท. ต้องปรับนโยบายอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้มีความสามารถในการแข่งขันโดยไม่ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากนโยบายการเงินของธปท. สามารถเห็นได้จากหลายภาคส่วน หากนโยบายประสบความสำเร็จ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและอัตราเงินเฟ้อจะถูกควบคุม แต่หากนโยบายไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อสูงเกินไป หรือค่าเงินที่อ่อนแอลงเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ

Read More

บทบาทของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ

ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในปีหลังๆนี้ ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยรัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการพัฒนาสตาร์ทอัพ ผ่านนโยบายและโครงการต่างๆ ที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศ หนึ่งในนโยบายหลักที่ได้รับการนำมาใช้คือ Thailand 4.0 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) พร้อมกับการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการเข้าถึงทุน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีหน่วยงานที่ดูแลการพัฒนาสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งมีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและผู้ประกอบการ ผ่านโครงการฝึกอบรม การสร้างธุรกิจในรูปแบบอิงคูเบเตอร์และแอกเซอเลอเรเตอร์ ต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอไอเดียใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ ประเทศไทยได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ จึงดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการจากทั่วโลกที่เห็นโอกาสในการพัฒนาและนำนวัตกรรมไปใช้ในตลาดอาเซียน การสนับสนุนจากรัฐบาลทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าในฐานะศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Read More

โลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงของบริษัทในประเทศไทย: ความท้าทายและโอกาส

โลกาภิวัตน์ได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงตลาดเอเชียเข้ากับตลาดโลก อย่างไรก็ตาม โลกาภิวัตน์ยังคงนำเสนอความท้าทายใหม่ ๆ สำหรับบริษัทในประเทศไทย ภาคการผลิต เทคโนโลยี และการค้าคือส่วนสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศ และบริษัทในประเทศไทยต้องสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ความท้าทายที่บริษัทในประเทศไทยต้องเผชิญ หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่บริษัทในประเทศไทยต้องเผชิญคือการแข่งขันระดับโลกที่เพิ่มขึ้น โลกาภิวัตน์ได้เปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาในตลาดประเทศไทยซึ่งในอดีตถูกครอบงำโดยผู้เล่นในประเทศ เช่น บริษัทจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรปเริ่มมีบทบาทในตลาดไทย โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกกว่าและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดังนั้น บริษัทในประเทศไทยจึงต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ โลกาภิวัตน์ยังบังคับให้บริษัทในประเทศไทยต้องพัฒนาและปรับตัวเร็วขึ้น เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วส่งผลต่อทุกภาคอุตสาหกรรม บริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวได้ตามเทคโนโลยีใหม่อาจตกหล่นจากการแข่งขัน ดังนั้น บริษัทในประเทศไทยต้องลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรม โอกาสที่โลกาภิวัตน์นำมา โลกาภิวัตน์ยังเปิดโอกาสมากมายให้กับบริษัทในประเทศไทย โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในโอกาสที่ใหญ่ที่สุด บริษัทในประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม และอิเล็กทรอนิกส์ สามารถใช้โอกาสจากโลกาภิวัตน์ในการขยายตลาดของตน ด้วยข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ บริษัทไทยสามารถลดภาษีศุลกากรและเข้าไปยังตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โลกาภิวัตน์ยังทำให้บริษัทในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและความรู้จากทั่วโลก ตัวอย่างเช่น บริษัทสามารถร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ต้องการแข่งขันในระดับโลก กลยุทธ์ในการอยู่รอดและเติบโต เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันในยุคโลกาภิวัตน์ บริษัทในประเทศไทยต้องมุ่งเน้นไปที่หลาย ๆ ด้าน อย่างแรกคือการลงทุนในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อดึงดูดผู้บริโภคระดับโลกที่เลือกสรรสินค้าอย่างระมัดระวัง ต่อมา บริษัทในประเทศไทยต้องเสริมสร้างขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์…

Read More

นโยบายรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการเติบโตของ SMEs

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย รัฐบาลไทยได้พัฒนานโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ SMEs โดยรวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน การฝึกอบรม และการส่งเสริมการเข้าถึงตลาด ผ่านนโยบายเหล่านี้ ภาครัฐคาดหวังว่า SMEs จะเติบโตได้รวดเร็วและมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจของประเทศ หนึ่งในนโยบายหลักที่รัฐบาลนำมาใช้คือ “Thailand 4.0” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะ การพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น IoT (Internet of Things) และ AI (Artificial Intelligence) ทำให้ SMEs สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุน SMEs ผ่านโครงการ “SME Bank” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินและเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะสำหรับ SMEs ที่ประสบปัญหาในการขอสินเชื่อจากธนาคารแบบดั้งเดิม โครงการ “Thai Credit Guarantee Corporation (TCG)” ยังให้การค้ำประกันสินเชื่อสำหรับ SMEs ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รัฐบาลไทยยังสนับสนุนความยั่งยืนและนวัตกรรมในธุรกิจ SMEs โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจที่เน้นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน การสนับสนุนเหล่านี้มุ่งหวังให้…

Read More

โอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

การลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเปิดโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจให้แก่นักลงทุนทั่วโลก บทความนี้จะพูดถึงเหตุผลบางประการที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและวิธีที่นักลงทุนต่างชาติสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ได้ 1. การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาคธุรกิจสำคัญ เช่น การท่องเที่ยว การผลิต และการส่งออก ที่มีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเงินสำรองทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง สำหรับนักลงทุนต่างชาติ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงนี้สามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นของบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย เช่น การบินไทย ซีพี ออลล์ หรือ กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย 2. ความได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งและการเข้าถึงตลาดอาเซียน ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศนี้มีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในด้านการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ ไทยยังเป็นสมาชิกของอาเซียน (สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงตลาดของประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย หลายบริษัทข้ามชาติเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้า จึงสร้างโอกาสในการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ 3. ความสะดวกในการเข้าถึงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศโดยการลดอุปสรรคทางกฎหมายและนำเสนอแนวทางที่เป็นมิตรต่อการลงทุนจากต่างชาติ ตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) ก็มีเครื่องมือการลงทุนที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนต่างชาติ 4. ตลาดหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยง ตลาดหุ้นไทยมีความหลากหลาย โดยมีหุ้นในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น พลังงาน การเงิน เทคโนโลยี และการบริโภค ซึ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่สนใจและเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตน สรุป ประเทศไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการได้สัมผัสกับเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต…

Read More

การพัฒนา Fintech ในประเทศไทย: การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงิน

ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคการเงิน ด้วยการมาถึงของ Fintech หรือเทคโนโลยีทางการเงิน Fintech หมายถึงการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงและอัตโนมัติการให้บริการทางการเงิน ในประเทศไทย อุตสาหกรรมนี้ได้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับเงินและเข้าถึงบริการทางการเงิน เมื่อก่อนประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังคงพึ่งพาบริการธนาคารแบบดั้งเดิม แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการใช้สมาร์ทโฟนที่สูงขึ้น Fintech จึงเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจทั่วประเทศ หลายแพลตฟอร์ม fintech ที่โดดเด่นในประเทศไทย ได้แก่ แอปพลิเคชันการชำระเงินดิจิทัล การให้ยืมแบบ Peer-to-Peer (P2P) และการลงทุนผ่านเทคโนโลยี เช่น Robo-advisors แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำให้ผู้คนเข้าถึงบริการที่ก่อนหน้านี้เป็นสิทธิพิเศษของกลุ่มประชากรบางกลุ่มได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้ fintech มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินในประเทศไทย รัฐบาลไทยยังให้การสนับสนุนระบบนิเวศ fintech ด้วยนโยบายและข้อบังคับที่เอื้ออำนวย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แนะนำการสร้างกรอบนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินในประเทศ รวมถึงการออกใบอนุญาตให้กับบริษัท fintech และการเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัล Fintech ในประเทศไทยยังส่งผลกระทบต่อภาคอีคอมเมิร์ซ โดยมีแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่ทำให้การทำธุรกรรมเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในที่สุดจะช่วยเพิ่มการทำธุรกรรมดิจิทัลและกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ สรุปแล้ว fintech ในประเทศไทยกำลังมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการปฏิวัติภาคการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบนิเวศที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้มีผลกระทบที่สำคัญทั้งต่อประชาชนและธุรกิจ และยังเปิดโอกาสใหม่สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความครอบคลุมมากขึ้น

Read More

วาดได้ทุกที่ ทุกเวลา: Wacom MovinkPad 11 จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ

Wacom MovinkPad 11 คืออุปกรณ์วาดภาพดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ต แต่คือแรงบันดาลใจที่พกพาได้ ต่างจากแท็บเล็ตที่เน้นความบันเทิงทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้พร้อมเก็บเกี่ยวทุกแรงบันดาลใจในทันที และพาคุณเข้าสู่โลกแห่งการวาดภาพได้ทุกที่ทุกเวลา มาพร้อมฟังก์ชันวาดภาพที่รวดเร็ว ให้เวิร์กโฟลว์ที่ไหลลื่น ความคิดสร้างสรรค์ไม่สะดุดตั้งแต่เริ่มต้น โตเกียว – 17 กรกฎาคม 2025 – วันนี้ Wacom เปิดตัว Wacom MovinkPad 11 แท็บเล็ตเพื่อการสร้างสรรค์แบบครบวงจร ยกระดับการวาดภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะวาดเล่นเพลิน ๆ หรือเก็บแรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นมาได้ในทันที อุปกรณ์นี้ก็พร้อมให้คุณเริ่มวาดได้ทันทีอย่างง่ายดาย ออกแบบมาเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ทันที ใช้งานได้ทันทีที่คุณหยิบปากกาขึ้นมา ด้วยระบบ Android 14 ที่คุ้นเคยและใช้งานง่าย ไม่มีขีดจำกัด วาดเลย Wacom MovinkPad 11 ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้การวาดภาพดิจิทัลเป็นเรื่องง่ายและสนุกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน ครบจบในเครื่องเดียว ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ต้องตั้งค่า เพียงแค่มีปากกาและหน้าจอดิจิทัล ก็ เริ่มวาดได้ทันที ตัวเครื่องน้ำหนักเบา มาพร้อม จอแสดงผลมัลติทัชขนาด 11.45 นิ้ว ที่มี กระจกเคลือบลดแสงสะท้อน…

Read More
Back To Top