Wacom ขยายศักยภาพของซีรีส์ MovinkPad ด้วยการรวม ibisPaint X และสมาชิก Prime นานถึง 180 วัน

การอัปเดต Android ล่าสุดสำหรับซีรีส์ Wacom MovinkPad จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเชื่อมต่อ ibisPaint X, Wacom Canvas และ Wacom Shelf พร้อมมอบสมาชิก ibisPaint Prime ฟรีเป็นเวลา 180 วัน โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น — 17 ธันวาคม ค.ศ. 2025 — วันนี้ Wacom ได้ปล่อยการอัปเดต Android ใหม่สำหรับซีรีส์ Wacom MovinkPad ซึ่งมาพร้อมกับแอป ibisPaint X ที่ติดตั้งล่วงหน้า และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่าง Wacom Canvas, Wacom Shelf และ ibisPaint X ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มวาดภาพประกอบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์งานสามารถสลับไปมาระหว่างการร่างภาพ การแก้ไข และการจัดการผลงานได้อย่างราบรื่น ซีรีส์ MovinkPad ของ Wacom ยังคงสานต่อวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างแท็บเล็ตสร้างสรรค์แบบพกพาอเนกประสงค์…

Read More

SNIFROG เตรียมบุกตลาดไทย: โทเคนคอมมูนิตี้สายจริงจัง ที่มาพร้อมอารมณ์ขันแบบมีวินัย

กรุงเทพฯ — Frogverse Innovation ประกาศเตรียมขยายระบบนิเวศเข้าสู่ประเทศไทย ด้วยการแนะนำ SNIFROG (Sniper Frog) โทเคนคอมมูนิตี้ในช่วงก่อนลิสต์ (pre-listing) ที่ผสมผสานความจริงจังของโลกคริปโตเข้ากับอารมณ์ขันแบบเบา ๆ ภายใต้ธีม “บึงดิจิทัล” อันเป็นเอกลักษณ์ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูสนุกและเป็นกันเอง แต่ SNIFROG ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างที่ชัดเจนและกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจในหลายประเทศในฐานะโครงการคอมมูนิตี้ที่ดูเหมือนมีม แต่ทำงานอย่างมืออาชีพ ในประเทศอื่น ๆ คอมมูนิตี้ SNIFROG ได้สร้างตัวตนที่ทั้งขำขันและมีระบบ เช่น อินโดนีเซียที่มี KPK – Komando Pasukan Kodok ชื่อที่เล่นคำเสียดสีหน่วยงานรัฐชื่อดัง รัสเซียที่มี KGB – Komitet Gosudarstvennykh Batrakov หรือ “คณะกรรมการลูกอ๊อดแห่งรัฐ” และสหรัฐอเมริกากับ FBI – Frog Bureau of Intelligence ในสไตล์มีมแบบอเมริกัน สำหรับประเทศไทย Frogverse มองว่านี่คือพื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนรุ่นใหม่ในการสร้างคอมมูนิตี้ในแบบของตัวเอง จะเป็น…

Read More

การทำความเข้าใจ IPO ในประเทศไทย: กระบวนการ โอกาส และความเสี่ยง

การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับบริษัทที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดทุนสาธารณะ ในประเทศไทย กระบวนการ IPO เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถระดมทุนจำนวนมากในขณะที่ให้นักลงทุนมีโอกาสในการร่วมเติบโตกับบริษัทนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การเดินทางในกระบวนการนี้ไม่ไร้ความท้าทาย บทความนี้จะเจาะลึกในแง่มุมต่างๆ ของ IPO ในประเทศไทย โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการ โอกาส และความเสี่ยง กระบวนการ IPO ในประเทศไทย กระบวนการในการเปิดตัว IPO ในประเทศไทยเริ่มต้นจากการที่บริษัทตัดสินใจที่จะออกหุ้นให้กับสาธารณะ บริษัทจะได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของประเทศไทย ขั้นแรก บริษัทต้องเตรียมเอกสารทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบบัญชีของรายงานการเงินย้อนหลังอย่างน้อยสามปี บริษัทต้องมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของตนสอดคล้องกับกฎหมายไทย และมีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสม บริษัทจะต้องแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย (underwriters) ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารจัดการกระบวนการเสนอขาย กำหนดราคาเสนอหุ้น และทำการตลาดให้กับนักลงทุน เมื่อเอกสารและการอนุมัติที่จำเป็นครบถ้วน บริษัทจะยื่นคำขอเสนอขายต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) โดยคำขอนี้จะรวมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจ ทีมผู้บริหาร ผลการดำเนินงานทางการเงิน และปัจจัยเสี่ยง SEC จะทำการตรวจสอบคำขอนี้เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้ หลังจากการอนุมัติ บริษัทจะกำหนดราคาการเสนอขายและวันเวลาที่จะเสนอขายหุ้นให้กับสาธารณะ โอกาสสำหรับนักลงทุน การลงทุนใน IPO ในประเทศไทยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าร่วมกับบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว IPO มักจะเสนอผลตอบแทนที่สูงให้กับนักลงทุนที่ลงทุนในช่วงต้นหากบริษัทดำเนินธุรกิจได้ดีในตลาดสาธารณะ…

Read More

VRITIMES ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ปณิดา รัตนวิมล ดำรงตำแหน่ง Country Manager ประจำประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและมุ่งยกระดับระบบนิเวศสื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในไทย

VRITIMES ประเทศไทย บริษัทในเครือของ VRITIMES แพลตฟอร์มสื่อชั้นนำซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งนางสาวปณิดา รัตนวิมล ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทย (Country Manager) อย่างเป็นทางการ โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์และการวางรากฐานระยะยาวของบริษัทในตลาดประเทศไทย VRITIMES ประเทศไทย ดำเนินงานในฐานะแพลตฟอร์มเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อองค์กรกับสื่อมวลชนและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อในหลายสาขา โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ตามหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง และกระจายข่าวต่อไปยังสำนักข่าวที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง ช่วยให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมสามารถสื่อสารได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเข้าถึงกลุ่มสื่อเป้าหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีด้านการสื่อสาร การพัฒนาแบรนด์ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ คุณปณิดาจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดของ VRITIMES ประเทศไทย ตลอดจนยกระดับความร่วมมือและความเชื่อมต่อกับสื่อมวลชนในประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น VRITIMES ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพในประเทศไทย ผ่านบริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล คุ้มค่า และให้บริการในรูปแบบการสมัครสมาชิกทั้งแบบชำระตามการใช้งาน (pay-as-you-go) และแบบรายเดือน บริการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นทางธุรกิจและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสตาร์ทอัพและ SMEs ในการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก SMEs มีสัดส่วนกว่า 99.5% ของธุรกิจจดทะเบียนทั้งหมดในประเทศไทย (อ้างอิง: กลุ่มธนาคารโลก, 2568) การเสริมศักยภาพด้านการสื่อสารและการสร้างการรับรู้ในสื่อจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ…

Read More

Cybersec Asia 2026 x Thailand International Cyber Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA) เปิดตัว “Cybersec Asia Training Day” – ประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – [8 ธันวาคม 2568] – Cybersec Asia 2026 x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) ขอประกาศเปิดตัว “Cybersec Asia Training Day” โปรแกรมการเรียนรู้เต็มวัน ที่มุ่งพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติและประสบการณ์จริงให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ภายในงานหลัก โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ตอกย้ำบทบาทของ Cybersec Asia 2026 ในฐานะแพลตฟอร์มชั้นนำด้านความเป็นเลิศทางเทคนิคและการพัฒนาวิชาชีพ. การเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม  “Cybersec Asia Training Day” นำเสนอหลักสูตรเฉพาะทางจากผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมชั้นนำ อาทิ ICMS Cyber Solutions, PECB Cybersecurity Foundation, SoSecure และ Cloud Village…

Read More

หลักสูตรการศึกษาด้าน Service Design ของ FOURDIGIT ได้รับการบรรจุเป็นรายวิชาในหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย

หลักสูตรการศึกษาด้าน Service Design เชิงปฏิบัติที่นำเสนอโดย FOURDIGIT ได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาในหลักสูตรของภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย โดยได้ทำการเปิดสอนครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2568 หลักสูตรนี้ได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาในหลักสูตรของภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งชาติที่มีเกียรติและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในประเทศไทย และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศในสามการจัดอันดับโลกที่สำคัญ ได้แก่ World University Rankings 2025, QS World University Rankings 2025, และ Asia University Rankings 2024 นี่นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สามที่นำหลักสูตรของเราไปใช้ ต่อจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (ส.ท.ญ.) โดยมีนักศึกษาที่เลือกเรียนวิชาเอกหรือวิชาโทด้านสารสนเทศเข้าร่วมในรอบนี้รวม 28 คน เราวางแผนที่จะขยายหลักสูตรไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศไทย และพัฒนาหลักสูตรที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการฝึกอบรมองค์กรในอนาคต ภาพรวมของหลักสูตร หลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติใน Service Design สำหรับผู้นำในอนาคต   การได้รับความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ของการออกแบบในยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงในคุณค่าของการออกแบบ และความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนการได้สัมผัสกับกระบวนการเดียวกับการปฏิบัติจริง จะช่วยให้นักศึกษาได้รับมุมมองที่กว้างขึ้นจากการเรียนรู้ที่แตกต่างจากการบรรยายเพียงอย่างเดียว   คุณสมบัติเด่น…

Read More

การถือกำเนิดของการเงินอย่างยั่งยืนและธนาคารสีเขียวในประเทศไทย

การจัดหาเงินทุนอย่างยั่งยืนและธนาคารสีเขียวได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในภาคการเงินของประเทศไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลจึงเริ่มทบทวนวิธีการจัดสรรเงินทุน เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างผลกำไรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ การปกป้องระบบนิเวศ และการสร้างความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจและชุมชนด้วย แกนหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้คือแนวคิดที่ว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สามารถส่งผลต่อระดับความเสี่ยงของผู้กู้ ธนาคารไทยเริ่มตระหนักว่าบริษัทที่เผชิญกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม หรือรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาจเผชิญกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้นในอนาคต ดังนั้นธนาคารพาณิชย์จึงผสานการประเมิน ESG เข้าไปในนโยบายการปล่อยสินเชื่อ แทนที่จะพิจารณาเพียงงบการเงินเท่านั้น ธนาคารยังพิจารณาการใช้พลังงาน การจัดการของเสีย แนวปฏิบัติด้านแรงงาน และโครงสร้างธรรมาภิบาลของบริษัทด้วย หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันธนาคารให้เดินไปในทิศทางนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานอื่น ๆ สนับสนุนให้สถาบันการเงินนำแนวทางการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบมาใช้ และเปิดเผยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เมื่อเวลาผ่านไป ความริเริ่มในลักษณะสมัครใจเหล่านี้ได้ค่อย ๆ พัฒนาเป็นแนวทางและความคาดหวังที่ชัดเจนยิ่งขึ้น กรอบแนวคิดดังกล่าวผลักดันให้ธนาคารพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนภาคส่วนสีเขียวโดยตรง เช่น พลังงานหมุนเวียน อาคารประหยัดพลังงาน และเกษตรกรรมยั่งยืน ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของเครื่องมือด้านการเงินอย่างยั่งยืนเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ธนาคารไทยออกพันธบัตรสีเขียวเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการที่ให้ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โซลาร์ฟาร์ม หรือการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เงินกู้ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนก็เป็นอีกเครื่องมือสำคัญ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสามารถปรับได้ตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้กู้ที่ตกลงร่วมกัน กลไกนี้สร้างแรงจูงใจทางการเงินให้บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร หรือเสริมสร้างนโยบายด้านสังคมให้แข็งแกร่งขึ้น ธนาคารสีเขียวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะลูกค้าองค์กรรายใหญ่เท่านั้น ธนาคารไทยบางแห่งออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้บริโภคทั่วไปตัดสินใจใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจรวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับบ้านประหยัดพลังงาน สินเชื่อรถยนต์สีเขียวสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือบัตรเครดิตที่บริจาคส่วนหนึ่งของยอดใช้จ่ายให้กับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…

Read More

ผลกระทบของอุตสาหกรรม 4.0 ต่อลูกค้าเทคโนโลยีในประเทศไทย

การนำเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งประกอบด้วยการแปลงดิจิทัล, การใช้ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ ได้มีผลกระทบที่ลึกซึ้งต่อธุรกิจสตาร์ทอัพในหลายประเทศ และประเทศไทยก็ไม่แตกต่างกัน ด้วยการนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้ ธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยได้รับโอกาสใหม่ ๆ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่สำคัญอย่างแรกจากอุตสาหกรรม 4.0 ต่อสตาร์ทอัพในประเทศไทย คือความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่อง, และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้การวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ขณะที่ IoT ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของผลิตภัณฑ์โดยการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์กับอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสตาร์ทอัพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งผลกระทบที่สำคัญจากอุตสาหกรรม 4.0 คือการเข้าถึงข้อมูลที่มากขึ้น ธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยสามารถใช้เครื่องมือมากมายในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การใช้ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสามารถช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่เติบโตขึ้น เช่น อีคอมเมิร์ซ ฟินเทค และสื่อดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่การใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรม…

Read More

การตอบสนองของบริษัทสื่อและบันเทิงในประเทศไทยต่อความต้องการเนื้อหาดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และประเทศไทยก็ไม่แตกต่างไปจากประเทศอื่น ๆ เมื่อความชื่นชอบของผู้บริโภคหันไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล บริษัทสื่อและบันเทิงในประเทศไทยจึงกำลังปรับตัวเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเนื้อหาทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ด้วยการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟน การบริโภคเนื้อหาดิจิทัลจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และบริษัทไทยก็ต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ให้ได้มากที่สุด หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือการพึ่งพาอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้นในการบริโภคสื่อ การรับชมโทรทัศน์และการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิมลดลงเนื่องจากผู้คนหันไปใช้บริการสตรีมมิ่ง โซเชียลมีเดีย และช่องทางข่าวดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ บริษัทสื่อไทยจึงลงทุนอย่างมากในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของตัวเอง การสร้างพันธมิตรทางกลยุทธ์กับบริการสตรีมมิ่งระดับโลก และมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาตามคำขอที่สามารถดึงดูดผู้ชม บริษัทสื่อชั้นนำในท้องถิ่น เช่น GMM Grammy ซึ่งเคยเป็นผู้นำในวงการบันเทิงในประเทศไทย ได้นำเสนอการบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง เช่น GMM TV และ Viu ที่ให้บริการละครไทย รายการวาไรตี้ และเนื้อหาพิเศษแก่ผู้ชม ความสำเร็จของแพลตฟอร์มเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของบริษัทสื่อไทยที่หันไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะหลัก โดยเข้าใจถึงความจำเป็นในการสร้างสรรค์และนำเสนอเนื้อหาที่ตอบสนองต่อกลุ่มผู้ชมที่เป็นวัยรุ่นและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี นอกจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแล้ว โซเชียลมีเดียก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับบริษัทสื่อในประเทศไทย แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram และ YouTube ถูกใช้ในการกระจายเนื้อหา การมีส่วนร่วมกับผู้ชม และการโปรโมทการเปิดตัวใหม่ ๆ ด้วยการเติบโตของอินฟลูเอนเซอร์และเซเลบริตี้ดิจิทัลในประเทศไทย บริษัทสื่อก็เริ่มร่วมมือกับผู้สร้างเนื้อหาเหล่านี้ในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้นและมีการมีส่วนร่วมมากขึ้น อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้มักทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสื่อดั้งเดิมและแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยให้บริษัทสื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการบริโภคเนื้อหาผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการเหล่านี้ การเติบโตของการบริโภคเนื้อหาดิจิทัลยังส่งผลให้มีความต้องการเนื้อหาจากไทยมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นในความสำเร็จของเว็บซีรีส์ ภาพยนตร์ และเพลงไทยที่ได้รับความนิยมไม่เพียงแค่ในประเทศ แต่ยังขยายไปในระดับสากล แพลตฟอร์มอย่าง…

Read More

การเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่า: เอสเอ็มอีกับการเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรกรรมและประมงในประเทศไทย

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกรและชาวประมงไทยเข้ากับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาคเกษตรกรรมและประมงยังคงเป็นเสาหลักของวิถีชีวิตในชนบทของไทย แต่มูลค่าเพิ่มที่แท้จริงมักเกิดขึ้นหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้คือพื้นที่ที่เอสเอ็มอีเข้าไปดำเนินบทบาทอย่างโดดเด่น ในภาคเกษตรกรรม เอสเอ็มอีดำเนินกิจการโรงสีข้าว โรงงานแปรรูปผลไม้ สถานที่ตากและอบสมุนไพรหรือเครื่องเทศ และบริษัทบรรจุภัณฑ์ โดยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อยและนำมาแปรรูปให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น ผลไม้กระป๋อง ข้าวบรรจุถุง หรือเครื่องเทศพร้อมปรุง เอสเอ็มอีช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในทั้งตลาดภายในและภายนอกประเทศ ภาคประมงมีลักษณะคล้ายกัน ชุมชนชายฝั่งจำนวนมากพึ่งพาเรือประมงขนาดเล็ก แต่ขาดทรัพยากรสำหรับการแปรรูปหรือทำการตลาดผลผลิตของตนเอง เอสเอ็มอีจึงเข้ามามีบทบาทด้วยการลงทุนในห้องเย็น โรงงานน้ำแข็ง และโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำขนาดเล็ก พวกเขาเปลี่ยนปลาสด กุ้ง และหมึกให้กลายเป็นเนื้อปลาแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์กระป๋อง หรือสินค้าเพิ่มมูลค่าอย่างเช่นลูกชิ้นปลาและขนมขบเคี้ยวจากกุ้ง ทำให้ยืดอายุการเก็บรักษาและเปิดโอกาสเข้าถึงตลาดที่อยู่ไกล รวมถึงช่องทางการส่งออก เอสเอ็มอียังมีความสำคัญในการทำให้ห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเขานำมาตรฐานคุณภาพ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการรับรองพื้นฐานต่าง ๆ เข้ามาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เอสเอ็มอีที่ส่งออกกุ้งแปรรูปอาจกำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยบางประการ แรงกดดันเช่นนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานของเกษตรกรและชาวประมงในท้องถิ่นทีละขั้น ส่งผลดีต่อความปลอดภัยด้านอาหารและความยั่งยืน อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการสร้างงาน เอสเอ็มอีในภาคเกษตรกรรมและประมงก่อให้เกิดงานนอกเหนือจากการผลิตขั้นต้น เช่น ช่างเทคนิค คนขับรถ พนักงานเครื่องจักร เจ้าหน้าที่โลจิสติกส์ และเจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ…

Read More
Back To Top