อุตสาหกรรมยาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่ และประเทศไทยกำลังกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนด้านการผลิตยาตัวใหม่ ประเทศที่เคยถูกขนานนามว่า “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” จากอุตสาหกรรมยานยนต์ บัดนี้กำลังแปรสภาพเป็นศูนย์กลางการผลิตยาที่น่าจับตามอง ท้าทายสิงคโปร์ในแง่ปริมาณการผลิต และท้าทายอินเดียในแง่มาตรฐานคุณภาพ
นโยบายเชิงรุกของ BOI และแรงดึงดูดการลงทุน
กุญแจสำคัญของการก้าวกระโดดนี้คือมาตรการจูงใจเชิงรุกจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) รัฐบาลไทยเสนอการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนานสูงสุด 8 ปี สำหรับโครงการผลิตยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) นักลงทุนต่างชาติจากญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา หลั่งไหลเข้ามาตั้งโรงงานเพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศขนาดใหญ่และการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV)
การขยายโรงงานและมาตรฐาน GMP ระดับสากล
บริษัทยาในประเทศอย่าง สยามฟาร์มาซูติคอล และ เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ ไม่ยอมตกขบวน พวกเขากำลังเร่งขยายโรงงานให้ได้มาตรฐาน PIC/S GMP (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่การันตีว่ายาที่ผลิตในไทยสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้โดยปราศจากอุปสรรคด้านกฎระเบียบ การผลิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยาสามัญพื้นฐานอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ยาที่มีความซับซ้อนสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด
บทบาทของภูมิรัฐศาสตร์และการกระจายห่วงโซ่อุปทาน
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกผลักดันให้บริษัทข้ามชาติใช้กลยุทธ์ “China Plus One” ประเทศไทยซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์ ท่าเรือน้ำลึก และเครือข่ายการบินที่แข็งแกร่ง กลายเป็นจุดหมายปลายทางทางเลือกที่ดีที่สุด ต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้แต่มีทักษะสูงกว่าตลาดเกิดใหม่แห่งอื่น ทำให้ไทยเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานยาโลก
จากข้อมูลล่าสุดของ ศูนย์วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) ซึ่งเข้าถึงได้ในปี 2026 ตลาดยาไทยมีมูลค่าคาดการณ์สูงกว่า 220,000 ล้านบาท โดยการเติบโตขับเคลื่อนโดยการส่งออกและการบริโภคในประเทศ ข้อมูลนี้ยืนยันว่าการผลิตในไทยไม่ได้ตอบสนองแค่ความต้องการในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ไทยได้กลายเป็นผู้จัดส่งยาหลักให้กับประเทศซีกโลกใต้แล้ว ความแตกต่างของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ความสามารถในการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน
