จากแผงลอยสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล: การปฏิวัติธุรกิจดั้งเดิมของไทยในปี 2026

 จากแผงลอยสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล: การปฏิวัติธุรกิจดั้งเดิมของไทยในปี 2026

บทนำ: จุดเปลี่ยนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ เมื่อรายงานจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ประจำปี 2026 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ภาคธุรกิจที่ปรับตัวสู่ดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ธุรกิจดั้งเดิมที่ยังไม่ปรับตัวกำลังถดถอยอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่แนวโน้มชั่วคราว แต่เป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างผู้ที่อยู่รอดกับผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

รายงานระบุว่าภาคบริการคลาวด์ cybersecurity และ AI กลายเป็น “ดาวรุ่ง” ของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ธุรกิจอย่างร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่และสื่อสิ่งพิมพ์กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อความจากรายงานนี้ชัดเจนว่า การอยู่รอดขึ้นอยู่กับการปรับโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับกระแสดิจิทัลที่Dominant 

การปรับตัวของ SME ไทย: ข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องราว

ผลสำรวจจาก UOB Business Outlook Study 2026 เผยว่าผู้ประกอบการ SME ไทยกว่า 80% วางแผนเพิ่มการลงทุนด้านดิจิทัลในปี 2026 โดยมีรายงานการปรับปรุงด้านการเข้าถึงลูกค้า (38%) ผลิตภาพ (37%) และผลการดำเนินธุรกิจโดยรวม (32%) 

ที่น่าสนใจคือ มากกว่า 7 ใน 10 ของ SME ไทยที่ตอบแบบสำรวจระบุว่ากำลังนำ AI มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ  อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากผลสำรวจ “SME Insight 2026” ชี้ว่าแม้ 87% ของ SME ไทยใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว และ 59% เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้ แต่ธุรกิจมากกว่า 58% ยังมีรายได้ทรงตัวหรือปรับลดลง  ตัวเลขนี้สะท้อนความจริงที่สำคัญ: การมีเทคโนโลยีไม่เพียงพอ หากขาดกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการนำไปใช้

กลไกสนับสนุนจากภาครัฐ: กองทุน 2,500 ล้านบาท

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันวงเงิน 2,500 ล้านบาท ครอบคลุม 48 โครงการ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว  มาตรการ “Business Transformation” อนุมัติ 17 โครงการ วงเงิน 1,033 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โครงการเหล่านี้มุ่งปรับสายการผลิตเป็น Smart Factory ใช้ AI และ Data Analytics วิเคราะห์กระบวนการผลิตแบบ real-time 

กรณีศึกษาจริง: Makro PRO กับการเปลี่ยนจากค้าส่งดั้งเดิมสู่ Retail Tech

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ CP AXTRA ซึ่งนำ Makro จากธุรกิจค้าส่งดั้งเดิมสู่การเป็นแพลตฟอร์ม Retail Tech โดย Makro PRO ที่เปิดตัวในปี 2022 กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของไทยในด้านยอดขายแบบ first-party (1P) ตามข้อมูลจาก Euromonitor 

ภายในระยะเวลา 4 ปี สัดส่วนอีคอมเมิร์ซในยอดขายของ Makro เพิ่มจาก 3% เป็นมากกว่า 30%  ปัจจุบัน Makro PRO รองรับยอดขายรายวันประมาณ 250-260 ล้านบาท  การตัดสินใจปิด Makroclick และรวมทุกอย่างเข้า Makro PRO แม้มีที่ปรึกษาภายนอกเตือนว่าอาจล้มเหลว กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถขยายขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

บทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวไม่ใช่แค่การซื้อเทคโนโลยี แต่เป็นการ rethink โมเดลธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร ผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่กล้าตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ยากลำบาก และลงทุนในบุคลากรควบคู่ไปกับเทคโนโลยี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top