จุดเปลี่ยนที่รัฐผลักดันเต็มกำลัง
การทำบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป รัฐบาลไทยได้ประกาศขยายมาตรการภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปจนถึงสิ้นปี 2570 ซึ่งหมายความว่าธุรกิจ SME ทุกขนาดมีเวลาอีกเพียงไม่ถึงสองปีในการปรับตัวเข้าสู่ระบบบัญชีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
มาตรการ 2 เท่าที่ทำให้ต้นทุนลดลงจริง
สิ่งที่ทำให้มาตรการรอบล่าสุดน่าสนใจเป็นพิเศษคือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบ 2 เท่า หรือ Double Deduction สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 200% ของค่าใช้จ่ายจริง
ครอบคลุมทั้งค่าซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และค่าบริการจากผู้ให้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร
e-Withholding Tax: ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1%
อีกหนึ่งมาตรการที่สร้างแรงจูงใจมหาศาลคือการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax จากเดิมที่ต้องหักในอัตรา 5% 3% และ 2% เหลือเพียง 1% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ค่าจ้างทำของ หรือค่าบริการวิชาชีพอิสระ
กระทรวงการคลังประเมินว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจได้ประมาณ 27,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงประมาณ 66 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 2 ปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าภาครัฐมองเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ
ปัจจุบันกรมสรรพากรได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผู้ให้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt แล้ว 23 ราย ผู้ให้บริการ e-Filing 1 ราย และผู้ให้บริการ e-Stamp Duty 5 ราย การมีผู้ให้บริการหลากหลายหมายความว่า SME สามารถเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับขนาดและงบประมาณของตนเองได้
มุมมองจากภาคปฏิบัติ: ทำไม SME ยังช้า?
แม้มาตรการจูงใจจะชัดเจน แต่ข้อมูลจากงานศึกษาพบว่า SME ไทยยังเผชิญปัญหาในการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม เนื่องจากความหลากหลายของคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ การเข้าถึงได้กับระบบที่อาจต้องพึ่งพาอุปกรณ์หรืออินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง และราคาของซอฟต์แวร์ที่อาจเกินประมาณ การเปลี่ยนผ่านจึงไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบาย แต่เป็นเรื่องของความพร้อมในระดับปฏิบัติการของแต่ละธุรกิจ
