จุดเปลี่ยนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มาพร้อมกับความกดดันด้านต้นทุนพลังงาน การแข่งขันทางเทคโนโลยี และมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้น ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่บังคับให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะองค์กรวิชาชีพชั้นนำของประเทศ ได้ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยอย่างเป็นระบบ
ยุทธศาสตร์ 5I: ห้าเสาหลักแห่งการเปลี่ยนผ่าน
I1: Intelligent Industry – ปฏิวัติโรงงานด้วย AI และระบบอัตโนมัติ
เสาหลักแรกมุ่งเน้นการเปลี่ยนโรงงานแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น Smart Factory และ Smart OEM ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้ามาใช้ในสายการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ ส.อ.ท. ยังเตรียมผลักดันความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงินเพื่อจัดตั้ง “AI & Automation Transition Loan Fund” ซึ่งเป็นกองทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในเทคโนโลยี
I2: Innovation & Creativity – จาก OEM สู่แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา
การเปลี่ยนผ่านจากผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การสร้างแบรนด์ของตนเองและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (Brand & IP) ถือเป็นหัวใจสำคัญของเสาหลักที่สอง ส.อ.ท. วางแผนร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อกำหนดทิศทางการวิจัยเชิงนโยบายและผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
I3: International Alliance & Network – ไทยในฐานะ Global Supply Chain Hub
การใช้จุดแข็งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเป็นกลางของไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น “Global Supply Chain Hub” ของภูมิภาค โดยเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์เพื่อเสริมบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้า
I4: Industrial Infrastructure Reform – ปฏิรูประบบพื้นฐานอุตสาหกรรม
ครอบคลุมห้าด้านเร่งด่วน ได้แก่ พลังงาน (ผลักดัน Direct PPA) กฎหมาย (ทบทวนกฎระเบียบที่ล้าสมัย) การคุ้มครองการค้า (MiT Plus) ทุนมนุษย์ (ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลก) และการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) เพื่อให้แรงงานไทยสามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
I5: Inclusive Sustainability – ความยั่งยืนที่ทั่วถึง
เสาหลักสุดท้ายขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมเร่งผลักดันกฎหมายและจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบในการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการใช้งาน
บทบาทเชิงสถาบัน: จากการเป็นตัวแทนสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กระทรวงอุตสาหกรรมและ ส.อ.ท. ได้เห็นชอบจัดตั้ง “推動工業經濟督導委員會” (คณะกรรมการกำกับดูแลเศรษฐกิจอุตสาหกรรม) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกำหนดทิศทาง ติดตามผล และผลักดันประเด็นสำคัญของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีกำหนดประชุมทุกสองเดือนเพื่อติดตามความคืบหน้า และจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน อาทิ ด้านมาตรฐาน ด้านสินค้าไทย และด้านสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ ส.อ.ท. จากองค์กรที่เป็นเพียงตัวแทนเสนอปัญหาของภาคเอกชน ไปสู่การเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” ที่มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายระดับประเทศอย่างแท้จริง
