Strategi 3Cs ก.ล.ต. ไทย: 1.5 แสนครั้งเช็กก่อนลงทุน กับความเสียหาย 602 ล้านบาทจากภัยหลอกลงทุน

Strategi 3Cs ก.ล.ต. ไทย: 1.5 แสนครั้งเช็กก่อนลงทุน กับความเสียหาย 602 ล้านบาทจากภัยหลอกลงทุน

ปรากฏการณ์ “เช็กก่อนลงทุน” ที่เปลี่ยนพฤติกรรมนักลงทุนไทย

ตัวเลขการใช้งานเครื่องมือตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักลงทุนไทย โดยมีการเข้าใช้งานเครื่องมือตรวจสอบรวมทั้งสิ้นกว่า 1.5 แสนครั้ง แยกเป็นแอปพลิเคชัน “SEC Check First” จำนวน 146,149 ครั้ง และช่องทางรายชื่อผู้ไม่ได้รับอนุญาตหรือ “Investor Alert” บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. อีก 7,626 ครั้ง ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติเชิงปริมาณ แต่ชี้ว่าผู้ลงทุนจำนวนมากขึ้นเริ่มตรวจสอบชื่อผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์ก่อนโอนเงินลงทุน ซึ่งเป็นพฤติกรรมป้องกันความเสี่ยงขั้นต้นที่สำคัญที่สุดในตลาดที่มิจฉาชีพปรับรูปแบบตลอดเวลา

ตัวเลข 602 ล้านบาท และกลไกปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพ

แม้การตรวจสอบก่อนลงทุนจะเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ภัยหลอกลงทุนยังคงรุนแรง ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าความเสียหายจากภัยหลอกลงทุนอยู่ที่ประมาณ 602 ล้านบาท และเป็นมูลค่าความเสียหายอันดับ 1 เมื่อเทียบกับคดีประเภทอื่นทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการป้องกันเฉพาะหน้าอย่างการตรวจสอบชื่อยังไม่เพียงพอ หากมิจฉาชีพยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการเข้าถึงเหยื่ออย่างต่อเนื่อง

ก.ล.ต. จึงเดินหน้าทั้งการให้ความรู้และการปิดกั้นช่องทาง โดยในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. รับแจ้งรวม 3,473 ครั้ง แบ่งเป็นการให้คำปรึกษา 3,149 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และมีการประสานงานปิดกั้นช่องทางหลอกลวงไปแล้ว 279 ครั้ง โดยผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียดำเนินการปิดกั้นครบ 100% ภายในเวลา 7 นาที ถึง 48 ชั่วโมง ข้อมูลเชิงลึกนี้ปรากฏในรายงานข่าวของ Money & Banking เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเผยแพร่สถิติการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างละเอียดที่ลิงก์ https://moneyandbanking.co.th/2026/241635/

สายด่วน 1207 กับกำลังคนรับแจ้งที่เพิ่มขึ้นสี่เท่า

การเพิ่มขึ้นของสายด่วน 1207 สะท้อนสองมิติพร้อมกัน มิติแรกคือความตระหนักของประชาชนที่กล้าแจ้งเบาะแสและขอคำปรึกษามากขึ้น มิติที่สองคือภาระงานของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองข้อมูลเชิงลึกเพื่อแยกแยะระหว่างการสอบถามทั่วไปกับการแจ้งเหตุที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน การให้คำปรึกษาถึง 3,149 ครั้งในหนึ่งไตรมาสหมายความว่า ก.ล.ต. ต้องมีทีมตอบคำถามที่เข้าใจทั้งหลักทรัพย์ สินทรัพย์ดิจิทัล และรูปแบบกลโกงใหม่ ๆ одновременно. การที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นสี่เท่าจึงไม่ใช่สัญญาณลบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหลักฐานว่าช่องทางรับแจ้งกำลังทำหน้าที่เป็นประตูหน้าของระบบคุ้มครองผู้ลงทุน

3Cs กับการทำงานเชิงรุกข้าม 77 หน่วยงาน

กลยุทธ์ 3Cs ของ ก.ล.ต. ประกอบด้วย Consultation การให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 1207 กด 22, Communication การสื่อสารเตือนภัยผ่าน SEC Check First และการพัฒนาแชตบอต และ Collaboration การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนรวม 77 หน่วยงาน จุดแข็งของ 3Cs คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “หน่วยงานกำกับดูแลที่รอรับเรื่องร้องเรียน” เป็น “หน่วยป้องกันความเสียหายที่เคลื่อนที่ก่อนมิจฉาชีพ” การทำงานข้ามหน่วยงานยังช่วยให้การปิดกั้นช่องทางทำได้เร็วขึ้น และทำให้การเตือนภัยเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ที่มักตกเป็นเหยื่อของผลตอบแทนเกินจริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top