ปฏิวัติห้องประชุม: บทบาทของคณะกรรมการบริษัทไทยในการกำกับดูแลความเสี่ยงไซเบอร์ภายใต้เกณฑ์ CG ปี 2026

ปฏิวัติห้องประชุม: บทบาทของคณะกรรมการบริษัทไทยในการกำกับดูแลความเสี่ยงไซเบอร์ภายใต้เกณฑ์ CG ปี 2026

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลวอลเล็ตและธุรกรรมออนไลน์แบบเรียลไทม์ แนวคิดเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance หรือ CG) ในประเทศไทยได้ก้าวข้ามเรื่องความโปร่งใสทางการเงินแบบดั้งเดิมไปสู่มิติใหม่ นั่นคือ “การกำกับดูแลความเสี่ยงทางไซเบอร์” (Cyber Governance)

ทำไมคณะกรรมการต้องเข้าใจภัยไซเบอร์?

ท่ามกลางกระแสข่าวการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐและเอกชนในประเทศไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 แรงกดดันจากนักลงทุนสถาบันและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทำให้ “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” ไม่ใช่แค่งานของฝ่าย IT อีกต่อไป แต่คือวาระสำคัญของคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors)

ตามข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการปรับปรุงคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน โดยเน้นย้ำให้คณะกรรมการต้องมี “Cyber Literacy” เพียงพอที่จะตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์กับผู้บริหารได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของไทยแห่งหนึ่ง ที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีด้วย Ransomware เมื่อเดือนมกราคม 2026 จนระบบโมบายแบงก์กิ้งล่มนานกว่า 8 ชั่วโมง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการขาดการซักซ้อมแผนรับมือ (Incident Response) ในระดับบอร์ด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นและความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงิน

กลไกการกำกับดูแลเชิงรุก

การประชุมคณะกรรมการในบริษัทไทยยุคใหม่เริ่มมีการบรรจุวาระ “Cyber Risk Dashboard” เป็นวาระประจำเดือน โดยมีการรายงานตัวชี้วัด เช่น จำนวนครั้งของ Phishing Email ที่พนักงานเปิดอ่าน อัตราการอัปเดตแพตช์ของระบบ และผลการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing)

นอกจากนี้ หลักเกณฑ์การประเมิน CG ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในปี 2026 ได้เพิ่มน้ำหนักคะแนนในหมวด “การบริหารความเสี่ยง” โดยเฉพาะการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านเทคโนโลยี (Technology Committee) ซึ่งแยกออกมาจากคณะกรรมการตรวจสอบอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทไทยกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มองไม่เห็น แต่สร้างความเสียหายมหาศาลได้

กรณีศึกษา: บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของไทย ได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานใหม่ในการประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยการนำเสนอรายงานความเสี่ยงด้านไซเบอร์แบบเรียลไทม์บนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ โดยอ้างอิงกรอบการทำงานจาก NIST Cybersecurity Framework ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับกองทุนต่างชาติได้เป็นอย่างมาก การดำเนินการเช่นนี้เป็นตัวอย่างของ “Tone from the Top” ที่แท้จริง ที่ไม่ใช่แค่การเซ็นเอกสารรับทราบ แต่คือการแสดงความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top